คู่สมรสหายตัวไป ติดต่อไม่ได้ ฟ้องหย่าอย่างไร

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลกฎหมายทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี แต่ละคดีมีข้อเท็จจริงต่างกัน ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการจริง

หลายคนกังวลว่าถ้าคู่สมรสหายตัวไปหรือติดต่อไม่ได้ จะไม่สามารถฟ้องหย่าได้เลย เพราะไม่รู้จะส่งหมายศาลไปที่ไหน แต่ความจริงกฎหมายไทยมีช่องทางรองรับสถานการณ์นี้ไว้แล้ว

1. เข้าเหตุฟ้องหย่าข้อไหน

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 มีเหตุฟ้องหย่าที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้อยู่ 2 ข้อหลัก ขึ้นอยู่กับสถานการณ์:

กรณีที่ 1: ทิ้งร้างไปเกิน 1 ปี (มาตรา 1516 (4))

ใช้เมื่อคู่สมรสจงใจทิ้งร้างไป โดยไม่กลับมาอยู่ร่วมกันหรือให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูเป็นเวลาเกิน 1 ปี แม้บางครั้งอาจยังพอทราบว่าอยู่ที่ไหนบ้าง แต่ไม่กลับมาและไม่ติดต่อ

กรณีที่ 2: ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เกิน 3 ปี โดยไม่มีใครทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร (มาตรา 1516 (5))

ใช้เมื่อคู่สมรส หายตัวไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีใครทราบข่าวคราวเลยว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี ซึ่งเป็นเหตุที่หนักกว่าการทิ้งร้างธรรมดา

ข้อสังเกต: เหตุข้อ (5) นี้ไม่จำเป็นต้องไปยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้เป็น "คนสาบสูญ" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อน (ซึ่งเป็นคนละกระบวนการและใช้สำหรับกรณีอื่น เช่น เรื่องมรดก) สามารถฟ้องหย่าโดยอาศัยเหตุนี้ได้โดยตรง หากพิสูจน์ได้ว่าหายไปเกิน 3 ปีโดยไม่มีใครทราบข่าวจริง

2. หลักฐานที่ควรเตรียมไว้

เพราะไม่มีคู่กรณีมาต่อสู้คดี ศาลจะพิจารณาจากหลักฐานฝ่ายเดียวอย่างละเอียด ควรเตรียมดังนี้:

  • ใบแจ้งความคนหาย ที่สถานีตำรวจ (ถ้าเคยแจ้งไว้) เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงความพยายามติดตามหาตัว

  • บันทึกการติดต่อครั้งสุดท้าย เช่น ข้อความ อีเมล ที่แสดงวันที่ติดต่อกันครั้งสุดท้าย

  • พยานบุคคล เช่น ญาติ เพื่อนบ้าน ที่ยืนยันว่าไม่มีใครทราบข่าวคราวมานานเท่าใด

  • หลักฐานความพยายามติดตาม เช่น การสอบถามหน่วยงานราชการ โรงพยาบาล หรือประกาศตามหา

  • ทะเบียนบ้าน/ภูมิลำเนาเดิม ของคู่สมรสที่หายตัวไป เพื่อใช้อ้างอิงในการส่งหมาย

3. ฟ้องแล้วส่งหมายศาลอย่างไร ถ้าหาตัวจำเลยไม่ได้

นี่คือคำถามที่คนกังวลมากที่สุด — ถ้าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน จะส่งหมายเรียกได้อย่างไร กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมีขั้นตอนรองรับไว้ดังนี้:

  1. ศาลจะพยายามส่งหมายตามภูมิลำเนาหรือที่อยู่ล่าสุดที่ทราบก่อน เช่น ทะเบียนบ้านเดิม ที่ทำงานเดิม

  2. หากส่งไม่ได้ (ไม่มีคนรับ ที่อยู่ไม่มีจริง หรือย้ายไปโดยไม่ทราบที่อยู่ใหม่) โจทก์สามารถยื่นคำร้องขอให้ ส่งหมายโดยวิธีอื่นแทนการส่งหมายธรรมดา เช่น การปิดหมายไว้ ณ ภูมิลำเนาเดิม และ ประกาศหนังสือพิมพ์ ตามที่ศาลกำหนด

  3. เมื่อครบกำหนดเวลาตามที่กฎหมายและศาลกำหนดหลังประกาศแล้ว ถือว่าจำเลยได้รับหมายโดยชอบแล้ว แม้ตัวจริงจะไม่เคยเห็นประกาศนั้นเลยก็ตาม คดีจึงดำเนินต่อไปได้

ขั้นตอนนี้ทำให้คดีสามารถเดินหน้าต่อได้แม้จำเลยจะติดต่อไม่ได้จริง ๆ แต่จะใช้เวลานานกว่าคดีทั่วไป เพราะต้องรอกระบวนการส่งหมายและประกาศให้ครบตามกำหนด

4. ขั้นตอนฟ้องหย่าโดยสรุป

  1. แจ้งความคนหาย ที่สถานีตำรวจไว้ก่อน (ถ้ายังไม่เคยแจ้ง) เพื่อเป็นหลักฐานประกอบคดี

  2. รวบรวมหลักฐาน การหายตัวไปและความพยายามติดตามตัว

  3. ปรึกษาทนายความ เพื่อประเมินว่าเข้าเหตุฟ้องหย่าข้อ (4) หรือ (5) และเตรียมคำร้องขอส่งหมายโดยวิธีพิเศษ

  4. ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ในเขตภูมิลำเนาเดิมของจำเลย หรือที่มูลคดีเกิด (สถานที่เคยอยู่กินด้วยกัน)

  5. ยื่นคำร้องขอส่งหมายโดยประกาศหนังสือพิมพ์ เมื่อส่งหมายตามปกติไม่สำเร็จ

  6. ศาลพิจารณาคดีฝ่ายเดียว (กรณีจำเลยไม่มาศาลตามกำหนด) และมีคำพิพากษาตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบ

5. ใช้เวลานานแค่ไหน

คดีลักษณะนี้มักใช้เวลานานกว่าคดีทั่วไป เนื่องจากขั้นตอนการส่งหมายโดยประกาศต้องรอครบกำหนดเวลาตามกฎหมาย (มักหลายเดือน) ก่อนที่ศาลจะถือว่าส่งหมายโดยชอบแล้ว รวมเวลาทั้งหมดอาจอยู่ที่ประมาณ 8 เดือนถึง 1 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแต่ละคดี

บทความโดย สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา) ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายครอบครัว คดีหย่า ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ อำนาจปกครองบุตร และค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร หากคุณกำลังเผชิญสถานการณ์นี้ ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินหลักฐานที่มีอยู่ และวางแผนการฟ้องคดีให้ทันภายในอายุความ