ขาดนัดยื่นคำให้การ ขอพิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่?
ขาดนัดยื่นคำให้การ ขอพิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่? เป็นคำถามที่จำเลยหลายคนสงสัยเมื่อได้รับหมายศาลแล้วไม่ได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด หรือเพิ่งทราบภายหลังว่าศาลได้ดำเนินคดีโดยขาดนัด
คำตอบคือ ในบางกรณีจำเลยสามารถขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจำเลยทุกคนที่ขาดนัดจะได้รับอนุญาตจากศาล การขอพิจารณาคดีใหม่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ขาดนัดยื่นคำให้การ คืออะไร?
เมื่อจำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยชอบแล้ว แต่ไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาตามกฎหมาย จำเลยอาจตกเป็น ผู้ขาดนัดยื่นคำให้การ
ผลของการขาดนัดคือจำเลยอาจเสียโอกาสในการยื่นคำให้การและต่อสู้คดีตามกระบวนการปกติ
อย่างไรก็ตาม การขาดนัดไม่ได้หมายความว่าจำเลยหมดสิทธิทุกอย่างทันที เพราะกฎหมายยังเปิดช่องให้จำเลยดำเนินการบางประการได้ หากเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ขาดนัดยื่นคำให้การแล้ว ขอพิจารณาคดีใหม่ได้หรือไม่?
ได้ในบางกรณี
หากศาลได้มีคำพิพากษาโดยขาดนัดแล้ว จำเลยอาจยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ตามหลักเกณฑ์ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
แต่การยื่นคำขอไม่ได้หมายความว่าศาลจะอนุญาตโดยอัตโนมัติ จำเลยต้องแสดงเหตุผลและข้อเท็จจริงให้ศาลเห็นว่าตนมีเหตุอันสมควรในการขาดนัด และมีข้อต่อสู้ในคดีที่มีสาระสำคัญ
ต้องแสดงอะไรต่อศาล?
การขอพิจารณาคดีใหม่ จำเลยควรแสดงประเด็นสำคัญอย่างน้อย 2 ส่วน
1. เหตุที่ขาดนัด
ต้องอธิบายให้ศาลทราบว่าเหตุใดจึงไม่ได้ยื่นคำให้การหรือไม่ได้ดำเนินคดีตามกำหนด
เช่น มีเหตุขัดข้องที่ไม่สามารถดำเนินการได้ หรือมีข้อเท็จจริงบางประการที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามกำหนดได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
2. ข้อคัดค้านคำพิพากษา
จำเลยต้องแสดงให้เห็นว่า หากมีโอกาสได้ต่อสู้คดีแล้ว ตนมีข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะใช้โต้แย้งคำฟ้อง และมีโอกาสที่ผลคดีอาจเปลี่ยนแปลงได้
การกล่าวเพียงว่า
“ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา”
หรือ
“โจทก์ฟ้องไม่ถูกต้อง”
โดยไม่อธิบายรายละเอียด อาจไม่เพียงพอ
ต้องยื่นภายในกี่วัน?
เรื่องระยะเวลาเป็นประเด็นสำคัญอย่างมาก เพราะกฎหมายกำหนดกรอบเวลาในการขอให้พิจารณาคดีใหม่ และการนับระยะเวลาต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่า จำเลยทราบคำพิพากษาหรือได้รับคำบังคับเมื่อใด รวมถึงมีเหตุขัดข้องที่กฎหมายรับรองหรือไม่
ดังนั้น หากทราบว่าศาลมีคำพิพากษาโดยขาดนัด ไม่ควรรอ ควรตรวจสอบวันรับเอกสารและสถานะคดีทันที
ตัวอย่างสถานการณ์
สมมติว่า นาย ก. ถูกฟ้องเรียกเงินจำนวน 300,000 บาท แต่ไม่ได้ยื่นคำให้การภายในกำหนด ต่อมาศาลมีคำพิพากษาให้ นาย ก. ชำระเงินแก่โจทก์
หากนาย ก. ต้องการขอพิจารณาคดีใหม่ จะต้องไม่เพียงแต่บอกว่า “ไม่เคยต่อสู้คดี” แต่ควรแสดงให้ศาลเห็นด้วยว่า
เหตุใดจึงไม่ได้ยื่นคำให้การ
เหตุที่เกิดขึ้นมีความสมควรเพียงใด
มีข้อต่อสู้เกี่ยวกับหนี้หรือจำนวนเงินอย่างไร
มีเอกสารหรือพยานหลักฐานอะไรสนับสนุน
หากได้ต่อสู้คดีแล้ว มีเหตุอย่างไรที่อาจทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง
รายละเอียดเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพิจารณาคำขอ
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ควรรู้
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3123/2545 วางหลักเกี่ยวกับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ว่า จำเลยต้องแสดงรายละเอียดทั้ง เหตุที่ขาดนัด และ ข้อคัดค้านคำพิพากษา ให้ชัดเจน มิใช่กล่าวเพียงกว้าง ๆ โดยไม่แสดงให้เห็นว่าหากได้พิจารณาคดีใหม่แล้ว จำเลยมีโอกาสชนะคดี
หลักดังกล่าวจึงสะท้อนว่า การขอพิจารณาคดีใหม่ไม่ใช่เพียงการขอโอกาสกลับมาต่อสู้คดี แต่จำเลยต้องแสดงให้ศาลเห็นถึงเหตุผลที่กฎหมายกำหนดด้วย
ขาดนัดยื่นคำให้การ แต่ศาลยังไม่พิพากษา ทำอย่างไร?
หากเพิ่งทราบว่าตนขาดนัดยื่นคำให้การ แต่ศาลยังไม่ได้พิพากษา สถานการณ์จะแตกต่างจากกรณีที่มีคำพิพากษาแล้ว
จำเลยควรรีบติดต่อศาลและดำเนินการขออนุญาตยื่นคำให้การโดยเร็ว พร้อมแสดงเหตุผลของการขาดนัดตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
อย่ารอจนศาลมีคำพิพากษา เพราะเมื่อคดีเข้าสู่ขั้นตอนหลังมีคำพิพากษาแล้ว การใช้สิทธิของจำเลยจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติม
สรุป
ขาดนัดยื่นคำให้การ สามารถขอพิจารณาคดีใหม่ได้ในบางกรณี หากเข้าเงื่อนไขและดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
จำเลยต้องแสดงทั้ง เหตุที่ขาดนัด และ ข้อคัดค้านคำพิพากษาหรือข้อต่อสู้ในคดี ให้ชัดเจนว่า หากได้มีโอกาสต่อสู้คดีแล้ว ผลคดีอาจเปลี่ยนแปลงได้
ดังนั้น หากได้รับหมายศาลหรือทราบภายหลังว่าตนขาดนัด ไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไป ควรตรวจสอบสถานะคดีและเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพื่อรักษาสิทธิที่กฎหมายยังเปิดช่องให้ใช้ได้
บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
