จำเลยไม่ยื่นคำให้การ โจทก์ชนะคดีทันทีหรือไม่?

เมื่อจำเลยได้รับหมายศาลแล้ว ไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด หลายคนอาจเข้าใจว่าโจทก์จะชนะคดีทันที แต่ในความเป็นจริง การขาดนัดยื่นคำให้การไม่ได้หมายความว่าโจทก์จะชนะคดีโดยอัตโนมัติ

ศาลยังต้องพิจารณาคำฟ้อง ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานของโจทก์ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

จำเลยไม่ยื่นคำให้การ ถือว่าขาดนัดหรือไม่?

หากจำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยชอบแล้ว แต่ไม่ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่กฎหมายหรือศาลกำหนด จำเลยอาจตกเป็น ผู้ขาดนัดยื่นคำให้การ

การขาดนัดดังกล่าวมีผลต่อสิทธิในการดำเนินคดีของจำเลย และอาจทำให้จำเลยมีข้อจำกัดในการนำเสนอข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าศาลต้องพิพากษาให้โจทก์ชนะทุกประเด็นทันที

จำเลยขาดนัด แล้วโจทก์ชนะคดีเลยหรือไม่?

ไม่ใช่เสมอไป

แม้จำเลยจะไม่ยื่นคำให้การ โจทก์ยังต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามที่ตนกล่าวอ้างและมีภาระต้องพิสูจน์

ตัวอย่างเช่น โจทก์ฟ้องเรียกเงินจำนวน 500,000 บาท โจทก์อาจต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับ

  • การเกิดขึ้นของหนี้

  • สัญญาหรือข้อตกลง

  • การส่งมอบเงิน

  • การผิดนัดชำระหนี้

  • จำนวนหนี้คงเหลือ

  • ดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายที่เรียกร้อง

หากพยานหลักฐานของโจทก์ไม่เพียงพอ ศาลก็ไม่จำเป็นต้องพิพากษาให้โจทก์ชนะเพียงเพราะจำเลยขาดนัด

ศาลพิจารณาอะไรในคดีที่จำเลยขาดนัด?

ศาลจะพิจารณาตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและพยานหลักฐานในสำนวน เช่น

1. คำฟ้องของโจทก์
ข้อกล่าวอ้างและคำขอท้ายฟ้องมีความชัดเจนและมีมูลหรือไม่

2. พยานเอกสาร
เช่น สัญญา ใบเสร็จ หลักฐานการโอนเงิน หนังสือทวงถาม หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง

3. พยานบุคคล
ในกรณีที่ศาลเห็นว่าจำเป็น โจทก์อาจต้องนำพยานเข้าสืบเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

4. ความชอบด้วยกฎหมายของคำขอ
แม้จำเลยจะไม่โต้แย้ง ศาลก็ยังต้องพิจารณาว่าคำขอของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

จำเลยขาดนัด ยังมีโอกาสแก้ไขหรือไม่?

ในบางกรณี จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การยังสามารถขออนุญาตศาลยื่นคำให้การได้ หากมีเหตุอันสมควรและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

สิ่งสำคัญคือ ต้องดำเนินการโดยเร็ว และควรแสดงเหตุที่ทำให้ไม่สามารถยื่นคำให้การได้ภายในกำหนดอย่างชัดเจน

หากปล่อยให้คดีดำเนินต่อไปจนมีคำพิพากษาแล้ว ช่องทางในการแก้ไขคดียังอาจมีได้ในบางกรณี เช่น การขอให้พิจารณาคดีใหม่ แต่จะมีเงื่อนไขและระยะเวลาตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ

ได้รับหมายศาลแล้วควรทำอย่างไร?

หากได้รับหมายศาล ไม่ควรดูเพียงวันนัดพิจารณา แต่ควรตรวจสอบทันทีว่า

  • วันที่ได้รับหมายคือวันใด

  • ต้องยื่นคำให้การภายในวันใด

  • โจทก์ฟ้องเรื่องอะไร

  • จำนวนเงินหรือคำขอของโจทก์เท่าใด

  • มีเอกสารอะไรแนบมากับคำฟ้อง

  • ตนมีเอกสารหรือหลักฐานใดที่จะใช้ต่อสู้คดี

  • คดีอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว

หากไม่แน่ใจว่าพ้นกำหนดหรือขาดนัดแล้วหรือไม่ ควรนำหมายศาลและสำเนาคำฟ้องไปให้ทนายความตรวจสอบโดยเร็ว

สรุป

จำเลยไม่ยื่นคำให้การ ไม่ได้หมายความว่าโจทก์ชนะคดีทันที

แต่จำเลยอาจตกเป็นผู้ขาดนัดยื่นคำให้การและเสียโอกาสในการต่อสู้คดีตามปกติ ขณะที่โจทก์ยังต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น หากได้รับหมายศาลแล้ว อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะกำหนดเวลาในการยื่นคำให้การมีความสำคัญต่อสิทธิในการต่อสู้คดี


บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา