สามีฟ้องชู้เมียได้ไหม? กฎหมายปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างไร (หลังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ)

ประเด็นเรื่องการนอกใจและการฟ้องชู้ในประเทศไทย ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเชิงโครงสร้างทางกฎหมาย เนื่องจากระบบกฎหมายเดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) มีข้อความที่ถูกมองว่า "เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมด้วยเหตุแห่งเพศ"

1. บริบทกฎหมายเดิม (ก่อนมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ)

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง (เดิม) ได้วางหลักเกณฑ์การฟ้องชู้ไว้แบบ "สองมาตรฐาน" ระหว่างสามีและภริยา ดังนี้:

  • สิทธิของสามี: สามีสามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชายอื่นที่มาทำทำการชู้กับภริยาได้ทันที โดย ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ ว่าชายอื่นนั้นแสดงตนโดยเปิดเผยหรือไม่ เพียงแค่มีการแอบคบหาหรือมีสัมพันธ์ฉันชู้สาว สามีก็มีสิทธิฟ้องได้

  • สิทธิของภริยา: ภริยาจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นได้ ก็ต่อเมื่อหญิงอื่นนั้น "แสดงตนโดยเปิดเผย" ว่ามีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว (เช่น ออกงานร่วมกัน, เปิดตัวในโซเชียลมีเดีย, ย้ายมาอยู่ด้วยกัน) หากหญิงอื่นแอบคบหาเป็นการลับ ภริยาจะไม่สามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนได้

ข้อแตกต่างนี้ทำให้เกิดคำถามถึงความเท่าเทียมในครอบครัวตามหลักรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด

2. จุดเปลี่ยนสำคัญ: คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 8/2567

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเอกฉันท์ว่า ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 (เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมกันทางกฎหมายโดยไม่เลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ)

ผลทางกฎหมายจากคำวินิจฉัย:

  1. ตัดความเหลื่อมล้ำทางเพศ: ยกเลิกเงื่อนไขที่บังคับให้ภริยาต้องพิสูจน์การ "แสดงตนโดยเปิดเผย"

  2. ปรับกฎหมายให้สอดคล้องกับยุคสมัย: นำไปสู่การแก้ไขบทบัญญัติบรรกรรมาธิการและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวดครอบครัว ให้ใช้คำที่เป็นกลางทางเพศ (Gender-neutral) เช่น เปลี่ยนจากคำว่า "สามี-ภริยา" เป็น "คู่สมรส" และใช้คำว่า "ผู้ล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในทำนองชู้"

3. สถานะปัจจุบัน: สามีฟ้องชู้เมียได้อย่างไร?

จากคำวินิจฉัยและการปรับปรุงกฎหมายในปัจจุบัน สรุปหลักการฟ้องชู้ของสามี (และคู่สมรสทุกฝ่าย) ได้ดังนี้:

1. สามียังคงฟ้องชู้ได้ตามปกติ

ฝ่ายสามีที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ยังคงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนจากผู้ที่มาล่วงเกินภริยาตนเองในทำนองชู้ได้เช่นเดิม

2. มาตรฐานความรับผิดเท่าเทียมกันทุกเพศ

ไม่ว่าจะเป็นชายฟ้องชาย (ชู้ของภริยา), ภริยาฟ้องหญิง (ชู้ของสามี) หรือรวมถึง คู่สมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม (ชาย-ชาย หรือ หญิง-หญิง) หากมีการล่วงเกินคู่สมรสในทำนองชู้ ทั้งการกระทำแบบ เปิดเผย หรือ แอบกระทำการลับ คู่สมรสผู้เสียหายย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าทดแทนได้เท่าเทียมกันทั้งหมด

3. ข้อยกเว้นที่ทำให้สามี "หมดสิทธิฟ้องชู้" (มาตรา 1523 วรรคสาม)

กฎหมายยังคงหลักการสำคัญไว้ว่า สามีจะไม่สามารถฟ้องเรียกค่าทดแทนจากชู้ได้ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า:

  • สามียินยอม (Consent): รู้เห็นและยินยอมให้ภริยามีสัมพันธ์กับบุคคลนั้น

  • สามีรู้เห็นเป็นใจ (Collusion): สมรู้ร่วมคิด หรือปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำชู้ขึ้น

4. พยานหลักฐานที่ต้องใช้ในการฟ้องชู้ในปัจจุบัน

แม้กฎหมายจะคุ้มครองสิทธิอย่างเท่าเทียม แต่การฟ้องชู้ยังคงต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจนในชั้นศาล ได้แก่:

  1. หลักฐานแสดงความสัมพันธ์: รูปถ่าย, คลิปวิดีโอ, ข้อความแชทบทสนทนาเชิงชู้สาว/ลึกซึ้ง

  2. หลักฐานการพานพบ/พักพิง: บิลค่าน้ำมัน, บิลโรงแรม, กล้องวงจรปิดการเข้า-ออกสถานที่พักอาศัยร่วมกัน

  3. หลักฐานการอุดหนุนทางการเงิน: สลิปการโอนเงิน, การซื้อทรัพย์สินให้กัน

  4. พยานบุคคล: เพื่อนบ้าน, เพื่อนร่วมงาน หรือบุคคลที่เห็นพฤติกรรมความสัมพันธ์

บทความโดย สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา) ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายครอบครัว คดีหย่า ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ อำนาจปกครองบุตร และค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร หากคุณกำลังเผชิญสถานการณ์นี้ ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินหลักฐานที่มีอยู่ และวางแผนการฟ้องคดีให้ทันภายในอายุความ