ฟ้องชู้ กฎหมายใหม่เปลี่ยนอะไรบ้าง? สิทธิเรียกค่าทดแทนและหลักฐานที่ควรรู้

เรื่อง “ฟ้องชู้” เป็นประเด็นที่หลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะเรื่องหลักฐานที่ต้องมี และความเข้าใจว่าต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีเพศสัมพันธ์กันจึงจะสามารถดำเนินคดีได้

ในปัจจุบัน กฎหมายครอบครัวมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลักความเสมอภาคทางเพศและการสมรสที่เท่าเทียมกัน ทำให้การพิจารณาสิทธิและหน้าที่ระหว่างคู่สมรสต้องพิจารณาตามบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

ฟ้องชู้ต้องมีหลักฐานว่ามีเพศสัมพันธ์หรือไม่?

ไม่ควรเข้าใจว่าการพิสูจน์เรื่องความสัมพันธ์ต้องมีเพียงหลักฐานการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น

ในทางคดี การนำสืบต้องพิจารณาจาก พยานหลักฐานทั้งหมดและพฤติการณ์แวดล้อมของแต่ละกรณี ว่าการกระทำของบุคคลนั้นมีลักษณะเป็นความสัมพันธ์ในทางชู้สาวหรือเป็นการแสดงตนในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการเป็นคู่สมรสของผู้อื่นตามองค์ประกอบที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

ดังนั้น หลักฐานจึงอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาพหรือหลักฐานที่แสดงการมีเพศสัมพันธ์โดยตรง แต่ต้องประเมินน้ำหนักของหลักฐานแต่ละประเภทประกอบกัน

หลักฐานอะไรที่อาจมีความสำคัญ?

ตัวอย่างพยานหลักฐานที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี เช่น

  • ภาพถ่ายหรือวิดีโอ

  • ข้อความสนทนา

  • หลักฐานการติดต่อสื่อสาร

  • หลักฐานการเดินทางหรือการพักอาศัยร่วมกัน

  • พยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์

  • การแสดงออกต่อบุคคลทั่วไป

  • หลักฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในลักษณะชู้สาว

  • พยานหลักฐานแวดล้อมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม การมีหลักฐานประเภทใดประเภทหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะชนะคดีโดยอัตโนมัติ ศาลจะพิจารณาความเกี่ยวข้อง ความน่าเชื่อถือ และน้ำหนักของพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบกัน

การกอด จูบ หรือแสดงความสนิทสนม ใช้เป็นหลักฐานได้หรือไม่?

พฤติกรรม เช่น การกอด การจูบ หรือการแสดงความสัมพันธ์ที่มีลักษณะเกินกว่าความสัมพันธ์ทั่วไป อาจถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานได้

แต่ไม่ควรสรุปว่า “กอดหรือจูบ = ฟ้องชู้ได้แน่นอน”

เพราะศาลจะพิจารณาพฤติการณ์โดยรวมว่า การกระทำนั้นมีลักษณะและบริบทอย่างไร รวมทั้งพยานหลักฐานอื่นประกอบกัน

บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้ต้องเป็นเพศใด?

การแก้ไขกฎหมายครอบครัวเกี่ยวกับการสมรสที่เท่าเทียมกันทำให้บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับคู่สมรสและสิทธิเรียกค่าทดแทนต้องพิจารณาโดยคำนึงถึงสถานะและสิทธิของคู่สมรสตามกฎหมายฉบับปัจจุบัน ไม่ควรใช้ความเข้าใจเดิมที่จำกัดเรื่องดังกล่าวอยู่เฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง

ดังนั้น หากมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคู่สมรสและบุคคลภายนอก ควรตรวจสอบสถานะการสมรสและข้อเท็จจริงของความสัมพันธ์ก่อนประเมินสิทธิในการดำเนินคดี

ค่าเสียหายจากการฟ้องชู้มีอัตราตายตัวหรือไม่?

ไม่มีอัตราตายตัวว่าต้องได้ 300,000 บาท หรือ 2–3 ล้านบาท

จำนวนค่าทดแทนที่ศาลจะกำหนดต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของแต่ละคดี รวมถึงหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น ตัวเลขที่พบในสื่อหรือในตัวอย่างคดีอื่น ไม่ควรนำมาใช้เป็นหลักประกันว่าคดีของตนจะได้รับจำนวนเดียวกัน

ก่อนฟ้องชู้ควรเตรียมอะไร?

ผู้ที่กำลังพิจารณาดำเนินคดีควรเตรียมข้อมูล เช่น

  1. หลักฐานการจดทะเบียนสมรส

  2. ข้อมูลของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้

  3. ลำดับเหตุการณ์และช่วงเวลาที่เกิดเหตุ

  4. ภาพถ่ายหรือวิดีโอที่เกี่ยวข้อง

  5. ข้อความสนทนาและหลักฐานการติดต่อ

  6. ข้อมูลพยานบุคคล

  7. หลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์

และควรเก็บ ไฟล์ต้นฉบับและข้อมูลที่มาของหลักฐาน ไว้ ไม่ควรเก็บเฉพาะภาพหน้าจอที่อาจไม่แสดงข้อมูลทั้งหมดของการสนทนา

บทความโดย
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา) ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
ให้คำปรึกษากฎหมาย | คดีครอบครัว | ฟ้องหย่า | ฟ้องเรียกค่าทดแทน

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้น การมีสิทธิฟ้องและผลของคดีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะเกิดเหตุเป็นรายกรณี

730353911_1841205560184373_5939897340819650991_n