มือที่สามอ้างว่าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแต่งงานแล้ว หลุดพ้นความรับผิดได้จริงไหม

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลกฎหมายทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะกรณี แต่ละคดีมีข้อเท็จจริงต่างกัน ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการจริง

เป็นข้ออ้างที่พบบ่อยที่สุดในคดีฟ้องชู้ เมื่อมือที่สามถูกฟ้องเรียกค่าทดแทน มักอ้างว่า "ไม่รู้เลยว่าเขา/เธอแต่งงานแล้ว ถูกหลอกว่าเป็นโสด" คำถามคือข้ออ้างนี้จะช่วยให้พ้นความรับผิดได้จริงหรือไม่

1. หลักกฎหมาย: ต้อง "รู้หรือควรรู้" จึงจะรับผิด

การฟ้องชู้เรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 ไม่ใช่ความรับผิดแบบเด็ดขาดที่ต้องรับผิดโดยไม่มีเงื่อนไข แต่มีองค์ประกอบสำคัญที่ต้องพิสูจน์คือ ผู้ที่ถูกฟ้องในฐานะชู้ต้อง "รู้หรือควรรู้" ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสอยู่แล้ว แต่ยังจงใจมีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวต่อไป

หมายความว่า หากมือที่สามไม่รู้จริง ๆ และไม่มีเหตุอันควรจะรู้เลยว่าอีกฝ่ายแต่งงานแล้ว เช่น ถูกหลอกว่าเป็นโสดอย่างแนบเนียน ไม่เคยเห็นร่องรอยใด ๆ ที่บ่งชี้ว่ามีคู่สมรส ก็อาจต่อสู้คดีได้ว่าไม่ครบองค์ประกอบความรับผิดตามกฎหมาย

2. แต่ "อ้างว่าไม่รู้" อย่างเดียวไม่พอ ต้องพิสูจน์ได้ด้วย

จุดสำคัญที่มือที่สามหลายคนเข้าใจผิดคือ การอ้างลอย ๆ ว่า "ไม่รู้" ไม่ได้แปลว่าจะพ้นความรับผิดโดยอัตโนมัติ เพราะในทางปฏิบัติ ฝ่ายที่ถูกฟ้องต้อง นำสืบพิสูจน์ให้ศาลเชื่อจริง ๆ ว่าตนไม่รู้และไม่มีเหตุอันควรรู้ ไม่ใช่แค่กล่าวอ้างเฉย ๆ ในคำให้การ

ในทางกลับกัน ฝ่ายโจทก์ (ผู้ถูกนอกใจ) ก็มีสิทธินำสืบหักล้างข้ออ้างนี้ โดยแสดงพฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่ามือที่สาม รู้หรือควรรู้ อยู่แล้ว เช่น:

  • เคยพบเห็นหรือรู้จักคู่สมรสของอีกฝ่ายมาก่อน

  • รู้จักครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนร่วมงานของอีกฝ่ายที่ทราบเรื่องสถานะสมรส

  • มีข้อความสนทนาที่แสดงให้เห็นว่าเคยพูดถึงเรื่องคู่สมรสหรือครอบครัวของอีกฝ่ายมาก่อน

  • เคยไปที่บ้านหรือพบเจอสภาพแวดล้อมที่บ่งชี้ชัดเจนว่ามีคู่สมรสอยู่ (เช่น เห็นข้าวของ ภาพถ่ายครอบครัว)

  • ระยะเวลาความสัมพันธ์ที่ยาวนานพอจนไม่น่าเชื่อว่าจะไม่รู้เรื่องสถานะที่แท้จริง

มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาวางหลักไว้ว่า หากชู้ทราบว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสแล้วแต่ยังจงใจคบหาในทำนองชู้สาวต่อเนื่อง ต้องรับผิดใช้ค่าทดแทน และเมื่อความสัมพันธ์ยังดำเนินต่อเนื่องถึงวันฟ้อง คดีก็ไม่ขาดอายุความด้วย

3. ตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพชัดเจน

ลองเปรียบเทียบ 2 สถานการณ์:

กรณีที่ 1 — มีโอกาสหลุดพ้นความรับผิด: พบกันผ่านแอปหาคู่ อีกฝ่ายแจ้งว่าตนเป็นโสด ไม่มีภาพถ่ายหรือร่องรอยใด ๆ ที่บ่งชี้ว่ามีครอบครัว ไม่เคยพบปะคนใกล้ชิดของอีกฝ่ายเลย ความสัมพันธ์เพิ่งเริ่มต้นไม่นาน — กรณีนี้มือที่สามอาจมีน้ำหนักในการต่อสู้ว่าตนไม่รู้และไม่มีเหตุอันควรรู้จริง

กรณีที่ 2 — ยากที่จะหลุดพ้นความรับผิด: คบหากันมานาน เคยไปพักค้างคืนที่บ้านซึ่งมีข้าวของของคู่สมรสอีกฝ่ายอยู่ เคยรู้จักเพื่อนร่วมงานที่พูดถึงเรื่องครอบครัวของอีกฝ่าย หรือมีข้อความแชตที่พูดถึงเรื่อง "ภรรยา" หรือ "สามี" ของอีกฝ่ายมาก่อน — กรณีนี้ยากที่จะอ้างว่าไม่รู้ได้สำเร็จ

4. หลักฐานที่ฝ่ายผู้เสียหายควรเตรียมเพื่อหักล้างข้ออ้างนี้

หากคาดว่ามือที่สามอาจยกข้ออ้างเรื่อง "ไม่รู้" มาต่อสู้คดี ฝ่ายผู้ฟ้องควรเตรียมหลักฐานที่แสดงถึงความรู้ของมือที่สามให้ครบถ้วน เช่น:

  • ภาพถ่ายหรือหลักฐานที่แสดงว่ามือที่สามเคยพบเจอกับคู่สมรสหรือครอบครัวของอีกฝ่าย

  • ข้อความแชตที่มีเนื้อหาพูดถึงสถานะสมรสหรือครอบครัวของอีกฝ่าย

  • พยานบุคคลที่ยืนยันว่าเคยบอกหรือมือที่สามเคยรู้เรื่องสถานะสมรสมาก่อน

  • ระยะเวลาและความถี่ของความสัมพันธ์ที่แสดงถึงความใกล้ชิดในระดับที่ไม่น่าจะไม่รู้เรื่องสำคัญเช่นนี้

5. ระวัง: ข้ออ้าง "ไม่รู้" ใช้ได้เฉพาะเรื่องสถานะสมรส ไม่ใช่เรื่องอื่น

ข้อควรทำความเข้าใจคือ การอ้าง "ไม่รู้" ที่จะช่วยให้พ้นความรับผิดได้ ต้องเป็นการไม่รู้เรื่อง สถานะการมีคู่สมรส ของอีกฝ่ายเท่านั้น ไม่ใช่การอ้างว่าไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเป็น "ความสัมพันธ์ฉันชู้สาว" เพราะหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงรักใคร่หรือทางเพศ ประกอบกับรู้เรื่องสถานะสมรสแล้ว ก็ครบองค์ประกอบความรับผิดตามกฎหมาย

สรุป

การอ้างว่า "ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแต่งงานแล้ว" เป็นข้อต่อสู้ที่กฎหมายเปิดช่องให้ทำได้จริง เพราะความรับผิดของมือที่สามต้องอาศัยองค์ประกอบว่า "รู้หรือควรรู้" แต่การอ้างเฉย ๆ ไม่เพียงพอ ต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อได้จริงว่าไม่รู้และไม่มีเหตุอันควรรู้ ในขณะเดียวกัน ฝ่ายผู้เสียหายก็สามารถนำสืบหักล้างด้วยหลักฐานที่แสดงพฤติการณ์บ่งชี้ความรู้ของมือที่สามได้เช่นกัน คดีลักษณะนี้จึงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและน้ำหนักพยานหลักฐานของแต่ละฝ่ายเป็นสำคัญ หากกำลังเผชิญสถานการณ์นี้ไม่ว่าจะในฐานะผู้ฟ้องหรือผู้ถูกฟ้อง ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินหลักฐานและวางแผนการต่อสู้คดีที่เหมาะสม


บทความโดย สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา) ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายครอบครัว คดีหย่า ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ อำนาจปกครองบุตร และค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร หากคุณกำลังเผชิญสถานการณ์นี้ ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินหลักฐานที่มีอยู่ และวางแผนการฟ้องคดีให้ทันภายในอายุความ