ทวงหนี้อย่างไรไม่ให้โดนฟ้องกลับ? วิธีทวงหนี้ให้ถูกกฎหมาย
เมื่อมีคนยืมเงินแล้วไม่ยอมชำระหนี้ เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามกฎหมาย แต่การมีสิทธิทวงหนี้ ไม่ได้หมายความว่าเจ้าหนี้จะสามารถทวงด้วยวิธีใดก็ได้
การโทรตาม ทักข้อความ ส่งหนังสือทวงถาม หรือแจ้งให้ลูกหนี้ชำระหนี้ สามารถทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่หากใช้วิธีข่มขู่ ดูหมิ่น ประจาน หรือเปิดเผยเรื่องหนี้ให้บุคคลอื่นทราบ ก็อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายได้
ดังนั้นคำถามสำคัญคือ “ทวงหนี้อย่างไรให้ได้เงิน และไม่สร้างปัญหาทางกฎหมายตามมา?”
1. เจ้าหนี้มีสิทธิทวงหนี้หรือไม่?
โดยหลัก เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้ที่ถึงกำหนดตามสิทธิของตน และสามารถติดตามทวงถามหนี้ได้
แต่การทวงถามหนี้ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของ พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับวิธีการ สถานที่ เวลา และลักษณะการติดต่อทวงถามหนี้ไว้
2. ทวงหนี้ได้เวลาไหน?
สำหรับการทวงถามหนี้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย สามารถติดต่อได้ในช่วงเวลาที่กำหนด ได้แก่
วันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 08.00–20.00 น.
วันหยุดราชการ เวลา 08.00–18.00 น.
นอกจากนี้ ยังมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับความถี่ในการติดต่อทวงถามหนี้ โดยข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า การทวงถามหนี้โดยทั่วไปสามารถทวงได้ ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น การโทรหรือส่งข้อความซ้ำ ๆ หลายครั้งในวันเดียว โดยเฉพาะในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้
3. ห้ามประจานลูกหนี้
เรื่องที่เจ้าหนี้ต้องระวังอย่างมาก คือ การเปิดเผยเรื่องหนี้ให้บุคคลอื่นทราบ
ตัวอย่างเช่น
“นาย ก. เป็นหนี้ผมอยู่ ไม่ยอมจ่าย”
แล้วนำข้อความดังกล่าวไปโพสต์ลง Facebook หรือส่งเข้าไลน์กลุ่มที่มีบุคคลอื่นอยู่
หรือไปบอกนายจ้าง เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน หรือบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับหนี้
การกระทำลักษณะดังกล่าวอาจมีปัญหาตามกฎหมาย เพราะกฎหมายกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับการติดต่อบุคคลอื่นและการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นหนี้ของลูกหนี้
4. ห้ามข่มขู่หรือใช้คำหยาบดูหมิ่น
การทวงหนี้ไม่ควรใช้คำพูดในลักษณะ
ข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย
ข่มขู่ว่าจะทำลายทรัพย์สิน
ใช้คำหยาบหรือดูหมิ่น
ข่มขู่ว่าจะทำให้ลูกหนี้เสียชื่อเสียง
ใช้ความรุนแรงหรือการคุกคาม
ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ห้ามการทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ทำให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน รวมถึงการใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่น
5. อย่าทำเอกสารให้ดูเหมือนมาจากศาลหรือหน่วยงานรัฐ
เจ้าหนี้ควรระมัดระวังการทำหนังสือทวงถามหนี้หรือข้อความที่อาจทำให้ลูกหนี้เข้าใจผิดว่าเป็นเอกสารจากศาล หน่วยงานรัฐ สำนักงานกฎหมาย หรือหน่วยงานอื่นที่ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการจริง
รวมถึงไม่ควรใช้ข้อความที่ทำให้เข้าใจผิดว่าลูกหนี้จะถูกดำเนินคดี ถูกยึดทรัพย์ หรือถูกอายัดเงินเดือน ทั้งที่ยังไม่มีการดำเนินการดังกล่าวจริง
6. ถ้าทวงต่อหน้า ต้องแสดงตัวให้ชัดเจน
หากเป็นการทวงถามหนี้โดยผู้รับมอบอำนาจ ผู้ทวงถามหนี้ต้องสามารถแสดงตัวตนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด และหากเป็นการทวงถามต่อหน้า ผู้รับมอบอำนาจต้องแสดงหลักฐานการมอบอำนาจตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
จึงไม่ควรให้บุคคลอื่นไปทวงแทนโดยไม่มีหลักฐานหรือไม่สามารถชี้แจงได้ว่าเป็นตัวแทนของเจ้าหนี้โดยชอบ
7. วิธีทวงหนี้ที่ปลอดภัยกว่า
หากต้องการทวงหนี้ ควรเน้นการสื่อสารที่ ชัดเจน สุภาพ และตรวจสอบได้
ตัวอย่างเช่น
“ตามที่ท่านได้ยืมเงินจำนวน 100,000 บาท ตามหลักฐานการกู้ยืม ลงวันที่ … ปัจจุบันถึงกำหนดชำระแล้ว จึงขอให้ท่านชำระเงินภายในวันที่ … หากมีปัญหาเกี่ยวกับการชำระหนี้ กรุณาติดต่อกลับเพื่อหารือแนวทางการชำระหนี้”
ลักษณะการทวงเช่นนี้จะเน้น ข้อเท็จจริง จำนวนหนี้ และกำหนดเวลาชำระ โดยไม่ใช้ถ้อยคำข่มขู่หรือทำให้ลูกหนี้เสียชื่อเสียง
8. หากลูกหนี้ไม่จ่าย ควรทำอย่างไร?
หากทวงถามโดยสุจริตแล้วลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้อาจพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายตามสิทธิของตน เช่น
ขั้นแรก: รวบรวมหลักฐานการกู้ยืมและหลักฐานการชำระเงิน
ขั้นที่สอง: ส่งหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ
ขั้นที่สาม: ตรวจสอบสัญญา กำหนดชำระ และประเด็นเรื่องอายุความ
ขั้นที่สี่: หากจำเป็น อาจดำเนินคดีต่อศาลเพื่อเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้
แนวทางดังกล่าวช่วยให้เจ้าหนี้ใช้สิทธิของตนผ่านกระบวนการทางกฎหมาย แทนการใช้วิธีการทวงหนี้ที่อาจสร้างปัญหาเพิ่มเติม
สรุป: ทวงหนี้ได้ แต่อย่าทวงแบบเสี่ยง
เจ้าหนี้มีสิทธิทวงหนี้ แต่ต้องทวงให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย
จำง่าย ๆ ว่า
“ทวงได้ — แต่ต้องสุภาพ
ถามได้ — แต่ห้ามประจาน
ติดตามได้ — แต่ห้ามข่มขู่
เรียกร้องได้ — แต่ต้องใช้สิทธิตามกฎหมาย”
หากลูกหนี้ไม่ยอมชำระ การใช้หนังสือทวงถามและกระบวนการทางศาล อาจเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่าการกดดันหรือประจานลูกหนี้ต่อสาธารณะ
หมายเหตุ
รายละเอียดเกี่ยวกับการทวงถามหนี้อาจแตกต่างกันตามประเภทของเจ้าหนี้ ลักษณะของหนี้ และข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะคดี
เครดิตบทความ
บทความโดย สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา) ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
ให้คำปรึกษาและดำเนินคดีทุกระดับ วิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิและประโยชน์ของลูกความ


