
สัญญาเช่าซื้อ “รถบรรทุก” กับ “รถยนต์/รถจักรยานยนต์” แตกต่างกัน
ไม่ใช่เพราะตัวสัญญาเองต่างกัน แต่ต่างกันที่ว่า“กฎหมายเข้ามาควบคุมไม่เท่ากัน”
ทำไมถึงแตกต่าง?
1. รถยนต์/มอเตอร์ไซค์ = ธุรกิจควบคุมสัญญา
รถยนต์ทั่วไปอยู่ภายใต้ประกาศของ
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
ผลคือ
ผู้ให้เช่าซื้อ (ไฟแนนซ์) ต้องทำตามกติกา เช่น
• ต้องผิดนัด “อย่างน้อย 3 งวดติดกัน”
• ต้องมีหนังสือบอกเลิกสัญญาก่อน
• ห้ามเอาเปรียบผู้บริโภคเกินไป
กฎหมาย “เข้ามาคุ้มครองลูกหนี้” ค่อนข้างชัดเจน
⸻
2. รถบรรทุก = ไม่ใช่ธุรกิจควบคุมสัญญา
รถบรรทุก “ไม่ถูกกำหนด” ให้อยู่ในประกาศนี้
ผลคือ
• ไม่มีเกณฑ์ตายตัวว่า ต้องผิดนัดกี่งวด
• ไม่ได้บังคับรูปแบบการบอกเลิกสัญญาเหมือนรถยนต์
• เงื่อนไขส่วนใหญ่ “ขึ้นอยู่กับสัญญาที่ตกลงกัน”
เรียกว่า “ยึดสัญญาเป็นหลักล้วน ๆ”
เหตุผลที่กฎหมายแยกแบบนี้
1. ลักษณะการใช้งานต่างกัน
• รถยนต์ทั่วไป → ใช้เพื่อ “อุปโภคบริโภค”
• รถบรรทุก → ใช้เพื่อ “ธุรกิจ / การพาณิชย์”
กฎหมายมองว่า
คนใช้รถบรรทุก = ผู้ประกอบการ
จึง “ควรมีอำนาจต่อรองมากกว่า”
⸻
2. มูลค่าและความเสี่ยงสูง
รถบรรทุกมีราคาสูง และมีความเสี่ยงทางธุรกิจ
ไฟแนนซ์จึงต้องกำหนดเงื่อนไขเข้มงวดมากขึ้น
เช่น
• ผิดนัด 2 งวด = ยึดรถได้
• เรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมได้
⸻
3. หลักกฎหมายแพ่งทั่วไปใช้เต็มรูปแบบ
สัญญาเช่าซื้อรถบรรทุกจะกลับไปใช้หลักของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยตรง
เช่น
• เสรีภาพในการทำสัญญา
• ต้องตีความตาม “เจตนาคู่สัญญา”
• ดูพฤติการณ์ประกอบ ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ
บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
