ผู้ว่าจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ผู้รับเหมาทำอย่างไร? เรียกเงินและฟ้องได้หรือไม่
กรณี ผู้ว่าจ้างไม่จ่ายค่าจ้างให้ผู้รับเหมา ทั้งที่ผู้รับเหมาได้ทำงานตามสัญญาแล้ว หรือทำงานถึงงวดที่ต้องได้รับเงิน ผู้รับเหมาสามารถตรวจสอบสิทธิของตนเองและดำเนินการเรียกร้องค่าจ้างตามสัญญาได้ โดยควรเริ่มจากการตรวจสอบสัญญาและรวบรวมหลักฐานการทำงานให้ครบถ้วน
ผู้ว่าจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ถือว่าผิดสัญญาหรือไม่?
หากสัญญากำหนดให้ผู้ว่าจ้างต้องชำระเงินเมื่อผู้รับเหมาทำงานสำเร็จตามงวดที่กำหนด แต่ผู้รับเหมาทำงานตามสัญญาแล้ว ผู้ว่าจ้างกลับไม่ชำระเงินโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามสัญญา
อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณารายละเอียดเป็นรายกรณี โดยเฉพาะว่างานที่ผู้รับเหมาทำได้ตรงตามสัญญาหรือไม่ มีงานค้าง งานบกพร่อง หรือมีเงื่อนไขการตรวจรับงานก่อนชำระเงินหรือไม่
ผู้รับเหมาควรทำอย่างไรเมื่อผู้ว่าจ้างไม่จ่ายเงิน?
1. ตรวจสอบสัญญาและงวดการชำระเงิน
ตรวจสอบว่าสัญญากำหนดค่าจ้างไว้เท่าใด แบ่งจ่ายกี่งวด และกำหนดให้ชำระเงินเมื่อใด รวมถึงเงื่อนไขเกี่ยวกับการตรวจรับงานและการหักเงิน
2. รวบรวมหลักฐานการทำงาน
ควรเก็บหลักฐานว่าผู้รับเหมาได้ทำงานตามสัญญา เช่น
สัญญาจ้างก่อสร้าง
แบบแปลนและ BOQ
ใบเสนอราคา
ใบส่งมอบงาน
ภาพถ่ายและวิดีโอความคืบหน้าของงาน
หลักฐานการตรวจรับงาน
ใบแจ้งหนี้หรือใบเรียกเก็บเงิน
หลักฐานการโอนเงินในงวดก่อนหน้า
ข้อความสนทนากับผู้ว่าจ้าง
หลักฐานเหล่านี้มีความสำคัญหากต้องดำเนินการเรียกร้องหรือฟ้องคดี
3. ทำหนังสือทวงถามค่าจ้าง
หากพูดคุยกันแล้วผู้ว่าจ้างยังไม่ชำระเงิน ผู้รับเหมาควรทำ หนังสือทวงถามค่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุจำนวนเงินที่ค้างชำระ งานที่ได้ดำเนินการแล้ว และกำหนดระยะเวลาให้ผู้ว่าจ้างชำระเงิน
การมีหนังสือทวงถามยังช่วยสร้างหลักฐานว่าผู้รับเหมาได้ติดตามหนี้และเรียกร้องสิทธิของตนอย่างชัดเจน
4. พิจารณาดอกเบี้ยและค่าเสียหาย
หากผู้ว่าจ้างผิดนัดชำระเงิน ผู้รับเหมาอาจมีสิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายตามสัญญาและกฎหมาย ทั้งนี้ต้องพิจารณาว่าสัญญากำหนดเรื่องดอกเบี้ยหรือค่าปรับไว้อย่างไร และจำนวนที่เรียกร้องสามารถบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่
5. ฟ้องเรียกค่าจ้างได้หรือไม่?
โดยหลัก ผู้รับเหมาสามารถฟ้องเรียกค่าจ้างได้ หากพิสูจน์ได้ว่ามีสัญญา มีหน้าที่ต้องชำระเงิน และผู้รับเหมาได้ปฏิบัติงานตามเงื่อนไขที่กำหนดแล้ว แต่ผู้ว่าจ้างไม่ชำระเงิน
ในการดำเนินคดีควรเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสัญญา การทำงาน การส่งมอบงาน การตรวจรับ และการทวงถามเงิน เพื่อใช้พิสูจน์สิทธิของผู้รับเหมา
ถ้าผู้ว่าจ้างอ้างว่างานไม่เรียบร้อย ทำอย่างไร?
กรณีนี้ต้องแยกให้ชัดเจนว่า งานมีความบกพร่องจริงหรือไม่ และบกพร่องในส่วนใด เพราะผู้ว่าจ้างอาจมีเหตุที่จะโต้แย้งเรื่องการชำระเงินได้ หากผู้รับเหมายังทำงานไม่ตรงตามสัญญาหรือมีงานที่ต้องแก้ไข
ผู้รับเหมาจึงควรตรวจสอบแบบแปลน รายการงาน สเปกวัสดุ และหลักฐานการตรวจรับก่อนเรียกร้องเงิน หากมีข้อโต้แย้ง ควรทำบันทึกเกี่ยวกับสภาพงานและรายละเอียดที่คู่สัญญาโต้แย้งไว้เป็นหลักฐาน
ผู้รับเหมาต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?
อย่าถอนคนงานหรือทิ้งงานทั้งหมดโดยไม่แจ้ง เพราะถ้าสัญญาไม่ให้สิทธิหยุดงาน ผู้ว่าจ้างอาจเรียกค่าปรับหรือค่าเสียหายจากคุณได้
อย่าส่งมอบงานทั้งหมดก่อนได้รับเงินงวดสุดท้าย ถ้าทำได้ตามสัญญา ควรผูกการส่งมอบ การคืนกุญแจ หรือการลงนามรับมอบงาน กับการชำระเงิน
อย่าข่มขู่ ยึดทรัพย์ หรือกักขังสิ่งของของผู้ว่าจ้าง เช่น ล็อกบ้าน หรือขนวัสดุที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินแล้วออกไป เพราะอาจเข้าข่ายความผิดอาญาหรือเป็นฝ่ายผิดเอง
อย่าโพสต์ประจานผู้ว่าจ้างบนโซเชียล เสี่ยงถูกฟ้องหมิ่นประมาท
ระวังผู้รับเหมาช่วง: ถ้าคุณจ้างช่วงต่อ ยังต้องจ่ายผู้รับเหมาช่วงตามสัญญาของคุณ แม้ผู้ว่าจ้างยังไม่จ่าย จึงควรวางเงื่อนไขการจ่ายช่วงให้สอดคล้องกัน
📌คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ผู้ว่าจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ผู้รับเหมาหยุดงานได้ไหม?
ขึ้นอยู่กับสัญญาและข้อเท็จจริง ถ้าสัญญาให้สิทธิหยุดงานเมื่อผู้ว่าจ้างผิดนัด และได้แจ้งเป็นหนังสือแล้ว ก็ทำได้ แต่ถ้าสัญญาไม่ได้เขียนไว้ ควรปรึกษาทนายก่อน เพราะการหยุดงานเองอาจกลายเป็นการผิดสัญญา
ไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ทวงค่าจ้างได้ไหม?
ได้ เพราะสัญญาจ้างทำของโดยทั่วไปตกลงด้วยวาจาก็มีผลทางกฎหมาย แต่ต้องพิสูจน์ข้อตกลงด้วยหลักฐานอื่น เช่น แชต ใบเสนอราคา ใบเสร็จ หลักฐานการโอนเงินงวดก่อน และพยาน ซึ่งทำให้ยากกว่ามี
ผู้ว่าจ้างจ่ายเป็นเช็คแล้วเช็คเด้ง ทำอย่างไร?
เก็บเช็คและใบแจ้งเช็คคืนจากธนาคารไว้ ส่งหนังสือทวงถามทันที และปรึกษาทนายเรื่องการดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาตามกฎหมายเกี่ยวกับเช็ค ซึ่งมีกำหนดเวลาที่ต้องดำเนินการ ควรรีบทำ
เรียกดอกเบี้ยค่าจ้างค้างชำระได้ไหม?
ถ้าสัญญากำหนดอัตราดอกเบี้ยหรือค่าปรับจ่ายล่าช้าไว้ก็เรียกตามนั้นได้ ถ้าไม่ได้กำหนด กฎหมายแพ่งมีหลักเรื่องดอกเบี้ยผิดนัดตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ควรให้ทนายตรวจอัตราที่ใช้บังคับ
ค่าจ้างค้างน้อย คุ้มที่จะฟ้องไหม?
ต้องชั่งน้ำหนักค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และเวลา กับจำนวนเงินที่จะได้คืน บางกรณีการเจรจาประนอมหนี้หรือไกล่เกลี่ยอาจคุ้มกว่า
ผู้รับเหมาต้องเก็บเอกสารอะไรไว้บ้างตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน?
เก็บสัญญาและเอกสารแนบ สำเนาบัตรประชาชนหรือเอกสารนิติบุคคลของผู้ว่าจ้าง ตารางงวดงาน ใบเสนอราคา คำสั่งงานเพิ่ม และบันทึกการตรวจรับงานทุกครั้ง
สรุป
หาก ผู้ว่าจ้างไม่จ่ายค่าจ้าง ผู้รับเหมาไม่ควรปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ ควรตรวจสอบสัญญา รวบรวมหลักฐานการทำงานและการส่งมอบงาน ทำหนังสือทวงถาม และพิจารณาสิทธิในการเรียกร้องค่าจ้าง ดอกเบี้ย หรือค่าเสียหายตามกฎหมาย
หากไม่สามารถตกลงกันได้ ผู้รับเหมาอาจพิจารณา ฟ้องเรียกค่าจ้างจากผู้ว่าจ้าง โดยต้องนำหลักฐานมาพิสูจน์ว่าผู้รับเหมาได้ปฏิบัติตามสัญญาแล้ว และผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ต้องชำระเงินแต่ไม่ชำระ
เรียบเรียงโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
**บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปทางกฎหมาย ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย หากมีปัญหาจริง ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

