ผู้รับเหมาส่งงานล่าช้า เรียกค่าเสียหายได้ไหม?

งานล่าช้าแค่ไหนถึงเรียกว่า "ผิดสัญญา"?

งานล่าช้าในทางกฎหมายคือผู้รับเหมา ส่งมอบงานไม่เสร็จภายในกำหนดที่ตกลงกัน แต่ในทางปฏิบัติต้องดูประเด็นเหล่านี้ด้วย

  • กำหนดส่งมอบในสัญญา: ระบุเป็นวันที่แน่นอน หรือนับจากวันเริ่มงาน เช่น 180 วันนับจากวันส่งมอบพื้นที่

  • วันเริ่มนับเวลา: นับจากวันลงนาม วันได้รับเงินล่วงหน้า วันได้รับใบอนุญาต หรือวันส่งมอบพื้นที่ ถ้าสัญญาไม่ชัด มักเป็นต้นเหตุของข้อพิพาท

  • ความล่าช้าที่ผู้รับเหมาไม่ต้องรับผิด: เช่น ผู้ว่าจ้างส่งแบบหรือตัดสินใจช้า เปลี่ยนแปลงงานเพิ่ม ไม่จ่ายเงินงวดตรงเวลา หรือเหตุสุดวิสัย

ถ้างานล่าช้าเพราะผู้ว่าจ้างเองล่ะ?

กรณีนี้ต้องระมัดระวัง เพราะหากความล่าช้าเกิดจาก ผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายหนึ่งที่ทำให้งานไม่สามารถดำเนินการได้ตามกำหนด เช่น เปลี่ยนแบบหลายครั้ง ไม่ส่งมอบพื้นที่ ไม่จัดหาวัสดุตามที่ตกลง หรือไม่ชำระเงินงวดที่ถึงกำหนด ผู้รับเหมาอาจมีข้อต่อสู้เรื่องความล่าช้าได้ ดังนั้น ก่อนเรียกค่าเสียหายควรตรวจสอบว่า ใครเป็นฝ่ายทำให้งานล่าช้า และล่าช้าด้วยเหตุใด

เรียกค่าเสียหายจากงานล่าช้าได้ 2 ทาง

ทางที่ 1: ค่าปรับตามสัญญา (Liquidated Damages)

สัญญามักกำหนดค่าปรับเป็นรายวันหรือเปอร์เซ็นต์ของมูลค่างาน เช่น ร้อยละ ... ของค่าจ้างต่อวัน

ข้อดี

  • ไม่ต้องพิสูจน์จำนวนความเสียหายจริงอย่างละเอียด

  • คิดคำนวณง่าย ชัดเจน

ข้อควรระวัง

  • ค่าปรับที่สูงเกินส่วน ศาลมีอำนาจลดลงให้เหมาะสมได้ (ควรให้ทนายตรวจมาตราและหลักเกณฑ์ก่อนอ้างในบทความ)

  • ต้องสงวนสิทธิ์เรียกค่าปรับให้ทันเวลา โดยเฉพาะตอนรับมอบงาน เพราะถ้ารับงานโดยไม่ทักท้วง อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ

ทางที่ 2: ค่าเสียหายตามจริง

ใช้เมื่อสัญญาไม่ได้กำหนดค่าปรับไว้ หรือความเสียหายจริงสูงกว่ามาก (ถ้าสัญญาไม่ได้ห้ามไว้) ต้องพิสูจน์ได้ว่า

  1. ผู้รับเหมาผิดสัญญา (ส่งงานช้า)

  2. ผู้ว่าจ้างเสียหายจริง

  3. ความเสียหายเกิดจากความล่าช้านั้นโดยตรง และอยู่ในวิสัยที่คาดหมายได้

ตัวอย่างค่าเสียหายที่เรียกได้ (ถ้ามีหลักฐาน)

  • ค่าเช่าที่พักระหว่างรอบ้านเสร็จ

  • ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ต้องจ่ายเพิ่มเพราะเข้าอยู่ไม่ได้

  • ค่าขนย้ายหรือเก็บของซ้ำ

  • รายได้ที่ขาดไปในกรณีโครงการเชิงพาณิชย์ เช่น ร้านค้า อพาร์ตเมนต์ (ต้องพิสูจน์ให้ชัด)

หลักฐานที่ควรเก็บไว้

หากต้องการเรียกค่าเสียหายจากผู้รับเหมาส่งงานล่าช้า ควรเก็บหลักฐาน เช่น

  • สัญญาจ้างก่อสร้าง

  • กำหนดวันเริ่มงานและวันส่งมอบ

  • แบบแปลนและ BOQ

  • ภาพถ่ายความคืบหน้าของงาน

  • หลักฐานการส่งมอบงาน

  • หนังสือหรือข้อความทวงถามผู้รับเหมา

  • หลักฐานการขยายระยะเวลา หากมี

  • หลักฐานสาเหตุที่ทำให้งานล่าช้า

  • หลักฐานค่าใช้จ่ายหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น

สรุป

ผู้รับเหมาส่งงานล่าช้า ผู้ว่าจ้างอาจเรียกค่าเสียหายได้ หากพิสูจน์ได้ว่าผู้รับเหมาผิดสัญญาและความล่าช้าทำให้เกิดความเสียหาย แต่ไม่ใช่ว่าล่าช้าทุกกรณีผู้รับเหมาจะต้องรับผิด เพราะต้องพิจารณาสัญญา สาเหตุของความล่าช้า การกระทำของผู้ว่าจ้าง และหลักฐานความเสียหายประกอบกัน

หากเป็นกรณี ผู้รับเหมาสร้างบ้านไม่เสร็จตามกำหนด งานล่าช้าหลายเดือน หรือผู้รับเหมาส่งมอบงานเกินกำหนด ควรตรวจสอบสัญญาและหลักฐานก่อนว่าจะใช้สิทธิเรียกค่าปรับ ค่าเสียหาย ลดสินจ้าง หรือบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่


เรียบเรียงโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา

**บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปทางกฎหมาย ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย หากมีปัญหาจริง ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ