งานก่อสร้างไม่ตรงแบบ/ไม่ได้มาตรฐาน ต้องทำอย่างไร?
กรณีผู้รับเหมาสร้างบ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง ไม่ตรงตามแบบที่ตกลงกันไว้ หรือทำงานไม่ได้มาตรฐาน เจ้าของงานไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาภายหลัง ทั้งเรื่องความแข็งแรง ค่าใช้จ่ายในการแก้ไข และความเสียหายอื่น ๆ
สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตรวจสอบสัญญา แบบก่อสร้าง และรายละเอียดงาน ว่าผู้รับเหมาทำงานผิดจากที่ตกลงกันไว้อย่างไร
1. ตรวจสอบว่างานผิดจากแบบหรือมาตรฐานอย่างไร
ควรเปรียบเทียบงานที่ก่อสร้างจริงกับ
แบบก่อสร้างที่แนบท้ายสัญญา
รายการวัสดุและสเปก
BOQ หรือประมาณการก่อสร้าง
ข้อตกลงเรื่องคุณภาพและวิธีการก่อสร้าง
ใบเสนอราคาและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ภาพหรือข้อความที่ตกลงกันก่อนเริ่มงาน
ตัวอย่างเช่น ในสัญญาระบุว่าจะใช้วัสดุยี่ห้อหรือรุ่นหนึ่ง แต่ผู้รับเหมากลับใช้วัสดุที่มีคุณภาพต่ำกว่า หรือแบบกำหนดขนาดและโครงสร้างไว้อย่างหนึ่ง แต่ก่อสร้างจริงแตกต่างออกไป กรณีเหล่านี้ควรเก็บหลักฐานไว้ให้ชัดเจน
2. ถ่ายรูปและเก็บหลักฐานทันที
ควรถ่ายภาพและวิดีโอจุดที่มีปัญหา พร้อมเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่น
สัญญาจ้างก่อสร้าง
แบบก่อสร้าง
ใบเสนอราคา
ใบเสร็จหรือหลักฐานการชำระเงิน
รูปถ่ายก่อนและหลังการก่อสร้าง
แชตหรือข้อความที่สั่งงาน
รายงานตรวจรับงาน
หลักฐานการแจ้งให้ผู้รับเหมาแก้ไข
หากเป็นปัญหาที่ต้องใช้ความรู้ทางวิศวกรรม ควรให้ วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและทำรายงาน เพื่อยืนยันว่าจุดใดไม่เป็นไปตามแบบหรือมาตรฐาน และต้องแก้ไขอย่างไร
3. แจ้งผู้รับเหมาให้แก้ไขเป็นลายลักษณ์อักษร
เมื่อพบปัญหา ควรแจ้งผู้รับเหมาอย่างชัดเจนว่า งานส่วนใดไม่ตรงแบบหรือไม่ได้มาตรฐาน และกำหนดระยะเวลาให้แก้ไข
ไม่ควรแจ้งเพียงปากเปล่า เพราะหากเกิดข้อพิพาทภายหลัง การมีหลักฐานว่าผู้ว่าจ้างได้แจ้งปัญหาและให้โอกาสผู้รับเหมาแก้ไข จะช่วยพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้มากขึ้น
4. อย่ารีบรับมอบงาน หากยังมีข้อบกพร่องสำคัญ
หากตรวจพบว่างานยังไม่ตรงตามแบบหรือมีข้อบกพร่องที่สำคัญ ควรระบุข้อบกพร่องไว้ในเอกสารตรวจรับงานให้ชัดเจน
โดยเฉพาะกรณีที่ผู้รับเหมาขอให้เซ็นรับงานแล้วจึงจะจ่ายเงินงวดสุดท้าย ผู้ว่าจ้างควรตรวจสอบงานให้เรียบร้อยก่อน และหากมีปัญหาควรบันทึกข้อสงวนสิทธิไว้เป็นหลักฐาน
5. หากผู้รับเหมาไม่ยอมแก้ไข อาจเรียกค่าเสียหายได้
หากผู้รับเหมามีหน้าที่ต้องก่อสร้างให้ตรงตามแบบหรือเงื่อนไขในสัญญา แต่กลับทำงานผิดสัญญา และไม่ยอมแก้ไข ผู้ว่าจ้างอาจมีสิทธิเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไข หรือเรียกค่าเสียหายตามข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของสัญญา
ค่าเสียหายอาจเกี่ยวข้องกับ ค่าแก้ไขงาน ค่ารื้อถอนและก่อสร้างใหม่ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือความเสียหายอื่นที่พิสูจน์ได้
อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณารายละเอียดของสัญญาและสาเหตุของปัญหาเป็นรายกรณี ไม่ใช่ว่างานมีตำหนิทุกกรณีแล้วผู้รับเหมาจะต้องรับผิดทั้งหมด
6. หากผู้รับเหมาทิ้งงานหรือไม่ยอมแก้ไข
หากแจ้งให้แก้ไขแล้วผู้รับเหมายังไม่ดำเนินการ หรือทิ้งงาน ผู้ว่าจ้างควรเก็บหลักฐานการผิดสัญญาไว้ให้ครบก่อนดำเนินการขั้นต่อไป
ในบางกรณีอาจต้องพิจารณา บอกเลิกสัญญา และว่าจ้างผู้รับเหมารายใหม่เข้ามาแก้ไข รวมถึงพิจารณาเรียกค่าเสียหายจากผู้รับเหมารายเดิม หากมีสิทธิตามกฎหมายและสัญญา
แต่การบอกเลิกสัญญาไม่ควรทำโดยรีบร้อน เพราะต้องพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขตามสัญญาและกฎหมายหรือไม่
สรุป
ถ้างานก่อสร้าง ไม่ตรงแบบหรือไม่ได้มาตรฐาน สิ่งที่ควรทำคือ
ตรวจสัญญา → เก็บหลักฐาน → ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ → แจ้งผู้รับเหมาให้แก้ไข → กำหนดเวลา → หากไม่แก้ไขจึงพิจารณาสิทธิในการเรียกค่าเสียหายหรือบอกเลิกสัญญา
ที่สำคัญ อย่าแก้ไขงานเองหรือรื้อถอนก่อนเก็บหลักฐานให้ครบ เพราะอาจทำให้การพิสูจน์สภาพงานเดิมทำได้ยากขึ้น หากเรื่องกลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมาย
เรียบเรียงโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
**บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปทางกฎหมาย ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย หากมีปัญหาจริง ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ
