ข้อสัญญาที่ผู้รับเหมาควรระวัง ก่อนเซ็นสัญญารับเหมาก่อสร้าง
ก่อนรับงานก่อสร้าง ผู้รับเหมาหลายรายมักให้ความสำคัญกับ ราคาค่าจ้างและกำไร แต่กลับมองข้ามรายละเอียดในสัญญา ทั้งที่ข้อสัญญาบางข้ออาจทำให้ผู้รับเหมารับภาระเพิ่ม ต้องทำงานเกินขอบเขต หรือเสียค่าปรับจำนวนมากเมื่อเกิดปัญหา
ดังนั้น ก่อนเซ็นสัญญารับเหมาก่อสร้าง ผู้รับเหมาควรอ่านรายละเอียดให้ครบ โดยเฉพาะข้อสัญญาต่อไปนี้
1. ขอบเขตงานต้องเขียนให้ชัดเจน
ต้องตรวจสอบว่าในสัญญาระบุว่า ผู้รับเหมามีหน้าที่ทำงานอะไรบ้าง และมีงานใดที่ไม่ได้รวมอยู่ในราคาค่าจ้าง
หากเขียนเพียงว่า “รับเหมาก่อสร้างบ้านตามแบบ” โดยไม่มีรายละเอียด อาจเกิดปัญหาภายหลังว่าเจ้าของงานเข้าใจว่างานบางอย่างรวมอยู่ในสัญญา แต่ผู้รับเหมาเข้าใจว่าไม่รวม
ควรระบุให้ชัด เช่น งานโครงสร้าง งานระบบไฟฟ้า งานประปา งานทาสี งานติดตั้งสุขภัณฑ์ รวมถึงงานที่ไม่รวมในราคา
2. ระวังข้อสัญญาที่ให้ผู้รับเหมารับผิด “ทุกกรณี”
ข้อสัญญาที่เขียนกว้างเกินไป เช่น ผู้รับเหมาจะต้องรับผิดชอบความเสียหายทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับโครงการ อาจทำให้ผู้รับเหมารับภาระเกินสมควร
ควรระบุให้ชัดว่า ผู้รับเหมารับผิดเฉพาะความเสียหายที่เกิดจาก การกระทำหรือความบกพร่องของผู้รับเหมา หรืออยู่ภายในขอบเขตหน้าที่ตามสัญญา
หากความเสียหายเกิดจากเจ้าของงาน แบบก่อสร้างที่ผิดพลาด หรือเหตุที่ผู้รับเหมาไม่สามารถควบคุมได้ ควรมีข้อยกเว้นไว้ให้ชัดเจน
3. กำหนดเวลาต้องมีเงื่อนไขกรณีงานล่าช้าจากเจ้าของงาน
ผู้รับเหมาควรระวังสัญญาที่กำหนดว่า หากส่งมอบงานล่าช้าจะต้องเสียค่าปรับทันที โดยไม่มีข้อยกเว้น
เพราะในทางปฏิบัติ ความล่าช้าอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น
เจ้าของงานเปลี่ยนแบบ
เจ้าของงานสั่งเพิ่มหรือลดงาน
เจ้าของงานส่งมอบพื้นที่ล่าช้า
เจ้าของงานชำระเงินล่าช้า
วัสดุที่เจ้าของงานต้องจัดหาไม่มาถึง
เกิดเหตุสุดวิสัย
จึงควรมีข้อสัญญาว่า หากความล่าช้าเกิดจากเหตุที่ผู้รับเหมาไม่ได้เป็นผู้ก่อ ผู้รับเหมามีสิทธิขยายระยะเวลาก่อสร้างได้
4. ระวังค่าปรับส่งมอบงานล่าช้า
ควรตรวจสอบว่า ค่าปรับคิดอย่างไร วันละเท่าไร และมีเพดานสูงสุดหรือไม่
ตัวอย่างเช่น หากกำหนดค่าปรับวันละ 10,000 บาท และงานล่าช้า 60 วัน อาจกลายเป็นค่าปรับ 600,000 บาท
ผู้รับเหมาจึงควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ละเอียด และควรกำหนดวิธีคำนวณและเหตุที่สามารถขอขยายเวลาได้อย่างชัดเจน
5. งานเพิ่ม–งานลดต้องมีระบบอนุมัติ
ปัญหาที่พบบ่อยคือ เจ้าของงานสั่งงานเพิ่มด้วยวาจาหรือผ่านแชต แต่เมื่อถึงเวลาคิดเงินกลับเกิดข้อโต้แย้งว่าไม่ได้ตกลงกัน
ผู้รับเหมาควรมีเงื่อนไขว่า งานเพิ่ม งานลด หรือการเปลี่ยนแปลงแบบ ต้องได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมระบุราคาและผลกระทบต่อระยะเวลาก่อสร้าง
6. งวดการชำระเงินต้องสัมพันธ์กับงานที่ทำจริง
ควรตรวจสอบว่าแต่ละงวดจ่ายเมื่อใด และต้องทำงานถึงขั้นไหนจึงมีสิทธิได้รับเงิน
ไม่ควรปล่อยให้สัญญากำหนดเพียงว่า “ผู้ว่าจ้างพิจารณาแล้วจึงจะจ่ายเงิน” โดยไม่มีหลักเกณฑ์ เพราะอาจทำให้ผู้รับเหมาต้องรอการจ่ายเงินโดยไม่มีกำหนดที่ชัดเจน
7. ระวังเงื่อนไขหักเงินประกันผลงาน
สัญญาก่อสร้างบางฉบับกำหนดให้เจ้าของงานหักเงินจากค่าจ้างแต่ละงวดเป็นเงินประกันผลงาน
ผู้รับเหมาควรดูว่า
หักกี่เปอร์เซ็นต์
หักจากงวดใด
คืนเมื่อใด
ต้องมีเงื่อนไขอะไรจึงจะได้รับคืน
หากไม่กำหนดวันคืนเงินให้ชัดเจน อาจเกิดปัญหาในการติดตามเงินภายหลัง
8. ตรวจสอบข้อสัญญาเกี่ยวกับการแก้ไขงาน
ควรระบุให้ชัดว่า งานที่ถือว่า “บกพร่อง” คืออะไร และผู้รับเหมามีหน้าที่แก้ไขภายในระยะเวลาเท่าใด
ที่สำคัญควรแยกให้ได้ระหว่าง งานบกพร่องจากการก่อสร้าง กับ งานที่เจ้าของงานเปลี่ยนใจหรือเปลี่ยนแบบภายหลัง
หากเจ้าของงานเปลี่ยนแบบหลังจากผู้รับเหมาทำงานไปแล้ว ควรถือเป็นงานเปลี่ยนแปลงหรือสั่งเพิ่มตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน
9. วัสดุเสียหาย ใครเป็นผู้รับผิด?
สัญญาควรกำหนดว่าใครเป็นผู้จัดซื้อวัสดุ ใครเป็นผู้ขนส่ง และใครเป็นผู้รับผิดชอบเมื่อวัสดุเกิดความเสียหายก่อนนำไปใช้งาน
โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าของงานเป็นผู้จัดซื้อวัสดุเอง ผู้รับเหมาควรมีหลักฐานการรับมอบวัสดุและตรวจสอบจำนวนหรือสภาพวัสดุไว้ด้วย
10. ระวังเงื่อนไขบอกเลิกสัญญา
ควรตรวจสอบว่าเจ้าของงานสามารถบอกเลิกสัญญาได้เมื่อใด และหากมีการบอกเลิกสัญญา ผู้รับเหมามีสิทธิได้รับเงินสำหรับงานที่ทำไปแล้วหรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างไร
ไม่ควรเซ็นสัญญาที่ให้อีกฝ่ายบอกเลิกสัญญาได้ง่าย แต่ผู้รับเหมาไม่มีสิทธิหรือไม่มีหลักเกณฑ์ในการเรียกร้องเงินและค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
11. ผู้รับเหมาช่วงต้องรับผิดอย่างไร?
หากผู้รับเหมาจะจ้างผู้รับเหมาช่วง ควรกำหนดให้ชัดว่าใครรับผิดชอบงานส่วนใด และหากผู้รับเหมาช่วงทำงานผิดพลาด ผู้รับเหมาหลักมีสิทธิเรียกร้องหรือหักค่าเสียหายอย่างไร
ควรมีสัญญารับเหมาช่วงแยกต่างหาก ไม่ควรใช้เพียงการตกลงด้วยวาจา
12. ตรวจสอบเรื่องการหักเงินหรือหักค่าปรับ
ผู้รับเหมาควรระวังข้อสัญญาที่เปิดโอกาสให้เจ้าของงาน หักเงินจากค่าจ้างได้หลายกรณี โดยไม่ได้กำหนดวิธีคำนวณหรือขั้นตอนการแจ้งให้ทราบ
ควรระบุให้ชัดว่า การหักเงินทำได้ในกรณีใด จำนวนเท่าใด และต้องมีหลักฐานหรือการแจ้งล่วงหน้าหรือไม่
13. อย่าเซ็นสัญญาที่ยังมีช่องว่าง
ก่อนเซ็นสัญญา ควรตรวจสอบให้ครบว่า
ราคาค่าจ้างระบุชัดเจน
ระยะเวลาก่อสร้างระบุชัดเจน
แบบแนบท้ายครบถ้วน
รายการวัสดุครบถ้วน
จำนวนเงินแต่ละงวดชัดเจน
ไม่มีช่องว่างที่สามารถเติมข้อความภายหลัง
เอกสารแนบท้ายสัญญาระบุไว้ครบ
เอกสารทุกฉบับที่อ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาควรตรวจสอบและเก็บสำเนาไว้ด้วย
สรุป
ผู้รับเหมาไม่ควรดูเพียงว่า “งานนี้ได้กำไรเท่าไร” แต่ต้องดูด้วยว่า “ถ้าเกิดปัญหา เราต้องรับผิดอะไรบ้าง” ข้อที่ควรตรวจเป็นพิเศษ ได้แก่ ขอบเขตงาน ระยะเวลาก่อสร้าง ค่าปรับ งานเพิ่ม–งานลด การชำระเงิน เงินประกันผลงาน การแก้ไขงาน วัสดุ การบอกเลิกสัญญา และความรับผิดของผู้รับเหมาช่วง
เรียบเรียงโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
**บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปทางกฎหมาย ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย หากมีปัญหาจริง ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ

