การบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้าง ทำได้เมื่อไร?

การก่อสร้างบ้าน อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ มักทำโดยมี สัญญาจ้างก่อสร้างหรือสัญญาจ้างทำของ กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับงาน ระยะเวลา ราคา วัสดุ และหน้าที่ของคู่สัญญา แต่ในทางปฏิบัติอาจเกิดปัญหา เช่น ผู้รับเหมาทิ้งงาน ทำงานล่าช้า งานไม่เป็นไปตามแบบ หรือผู้ว่าจ้างไม่ชำระค่าจ้างตามกำหนด จนอีกฝ่ายต้องการ บอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้าง

คำถามสำคัญคือ สามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันทีหรือไม่ และกรณีใดบ้างที่สามารถบอกเลิกสัญญาได้?

▶การบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้าง คืออะไร?

การบอกเลิกสัญญา คือ การที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิตามกฎหมายหรือข้อกำหนดในสัญญาเพื่อยุติความผูกพันตามสัญญา เนื่องจากอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ตกลงกันไว้

สำหรับสัญญาจ้างก่อสร้าง โดยทั่วไปจะอยู่ในลักษณะของ สัญญาจ้างทำของ ซึ่งผู้รับเหมามีหน้าที่ทำงานให้สำเร็จตามที่ตกลง ส่วนผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ชำระสินจ้างตามเงื่อนไขของสัญญา

ดังนั้น หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาอย่างมีนัยสำคัญ อีกฝ่ายอาจมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกร้องค่าเสียหายได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อสัญญาและข้อเท็จจริงเป็นกรณี ๆ ไป

▶ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาก่อสร้างได้เมื่อไร?

ผู้ว่าจ้างอาจมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเมื่อผู้รับเหมากระทำผิดสัญญา เช่น

1. ผู้รับเหมาทำงานไม่เสร็จตามกำหนด

หากในสัญญากำหนดวันส่งมอบงานไว้อย่างชัดเจน แต่ผู้รับเหมาทำงานไม่เสร็จภายในกำหนด ผู้ว่าจ้างอาจมีสิทธิใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยต้องพิจารณาว่าสัญญากำหนดเรื่องการบอกเลิกไว้หรือไม่ และลักษณะของการผิดสัญญารุนแรงเพียงใด

หากเป็นกรณีที่ผู้รับเหมาล่าช้าและยังสามารถทำงานให้เสร็จได้ การดำเนินการที่เหมาะสมอาจเป็นการมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับเหมาปฏิบัติตามสัญญาภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อน

2. ผู้รับเหมาทิ้งงานหรือหยุดงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร

กรณีผู้รับเหมาหยุดก่อสร้างเป็นเวลานาน ไม่เข้าทำงาน หรือแสดงพฤติการณ์ว่าจะไม่ทำงานต่อ ย่อมเป็นปัญหาสำคัญของสัญญาจ้างก่อสร้าง

ผู้ว่าจ้างควรเก็บหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายสถานที่ก่อสร้าง แชตการพูดคุย หนังสือทวงถาม และหลักฐานการชำระเงิน เพื่อแสดงว่าผู้รับเหมาผิดสัญญาอย่างไร ก่อนดำเนินการบอกเลิกสัญญา

3. ผู้รับเหมาทำงานไม่ตรงตามแบบหรือข้อกำหนดในสัญญา

หากผู้รับเหมาสร้างงานไม่ตรงแบบ ใช้วัสดุผิดประเภท หรือก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานตามที่ตกลงกันไว้ ผู้ว่าจ้างอาจมีสิทธิให้ผู้รับเหมาดำเนินการแก้ไข

หากผู้รับเหมาไม่แก้ไข หรือการผิดสัญญามีลักษณะร้ายแรงจนไม่อาจยอมรับผลงานได้ อาจเป็นเหตุให้ผู้ว่าจ้างใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้

4. ผู้รับเหมาผิดเงื่อนไขสำคัญของสัญญา

ตัวอย่างเช่น สัญญากำหนดให้ใช้วัสดุยี่ห้อหรือคุณภาพที่ระบุไว้ แต่ผู้รับเหมากลับเปลี่ยนวัสดุโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีการดำเนินงานแตกต่างจากแบบก่อสร้างในสาระสำคัญ

กรณีเช่นนี้ต้องพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการผิดสัญญาที่มีสาระสำคัญเพียงใด และสัญญากำหนดสิทธิในการบอกเลิกไว้อย่างไร

▶ผู้รับเหมาบอกเลิกสัญญาได้เมื่อไร?

ไม่ใช่เฉพาะผู้ว่าจ้างเท่านั้นที่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้รับเหมาก็อาจมีสิทธิใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้เช่นกัน หากผู้ว่าจ้างผิดสัญญา ตัวอย่างเช่น

  • ผู้ว่าจ้างไม่ชำระค่าจ้างตามกำหนด

  • ผู้ว่าจ้างไม่ส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างตามที่ตกลง

  • ผู้ว่าจ้างไม่จัดหาวัสดุที่มีหน้าที่ต้องจัดหา

  • ผู้ว่าจ้างสั่งเปลี่ยนแปลงงานโดยไม่ชำระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

  • ผู้ว่าจ้างขัดขวางการทำงานจนผู้รับเหมาไม่สามารถดำเนินงานต่อได้

อย่างไรก็ตาม ผู้รับเหมาไม่ควรหยุดงานหรือทิ้งงานทันทีโดยไม่มีหลักฐาน เพราะอาจถูกอีกฝ่ายกล่าวหาว่าเป็นฝ่ายผิดสัญญาเสียเอง

▶ก่อนบอกเลิกสัญญาควรทำอย่างไร?

การบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างควรดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน โดยเฉพาะเมื่อสัญญากำหนดวิธีการบอกเลิกไว้อย่างชัดเจน แนวทางที่ควรทำ ได้แก่

1. ตรวจสอบสัญญา

ดูเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาการก่อสร้าง การส่งมอบงาน การผิดนัด ค่าปรับ และเงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา

2. รวบรวมหลักฐาน

เช่น สัญญา ใบเสนอราคา ใบเสร็จ หลักฐานการโอนเงิน แบบก่อสร้าง ภาพถ่ายหน้างาน แชต และหนังสือทวงถาม

3. แจ้งให้อีกฝ่ายแก้ไขการผิดสัญญา

หากกรณีสามารถแก้ไขได้ ควรทำหนังสือแจ้งให้อีกฝ่ายดำเนินการภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

4. ทำหนังสือบอกเลิกสัญญา

หากอีกฝ่ายไม่ดำเนินการตามที่แจ้ง หรือเข้าเงื่อนไขที่สามารถบอกเลิกสัญญาได้ ให้ทำหนังสือบอกเลิกสัญญาอย่างชัดเจน

5. ตรวจสอบความเสียหาย

หลังบอกเลิกสัญญาอาจมีประเด็นเรื่องค่าซ่อมแซม ค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้รับเหมารายใหม่ ค่าเสียหายจากความล่าช้า หรือเงินที่ชำระไปแล้ว ซึ่งต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและข้อสัญญา

▶บอกเลิกสัญญาแล้ว เรียกค่าเสียหายได้หรือไม่?

โดยหลัก การบอกเลิกสัญญาไม่ได้หมายความว่าฝ่ายที่บอกเลิกจะหมดสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายเสมอไป หากการบอกเลิกเกิดจากการผิดสัญญาของอีกฝ่าย ผู้เสียหายอาจมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการผิดสัญญาได้

ตัวอย่างเช่น ผู้รับเหมาทิ้งงานทำให้ผู้ว่าจ้างต้องจ้างผู้รับเหมารายใหม่ในราคาสูงขึ้น หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายและมีหลักฐานความเสียหาย ผู้ว่าจ้างอาจเรียกร้องส่วนต่างหรือค่าเสียหายที่เกี่ยวข้องได้

แต่จำนวนเงินที่จะเรียกร้องได้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ความสัมพันธ์ระหว่างการผิดสัญญากับความเสียหาย รวมถึงเงื่อนไขในสัญญาประกอบกัน

▶บอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างโดยไม่มีเหตุ อาจมีความเสี่ยง

สิ่งที่ต้องระวังคือ ไม่ควรบอกเลิกสัญญาเพียงเพราะไม่พอใจอีกฝ่าย หากไม่มีเหตุหรือไม่มีสิทธิตามกฎหมายหรือสัญญา

หากผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาโดยที่ผู้รับเหมาไม่ได้ผิดสัญญา ผู้รับเหมาอาจมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือเงินตามสิทธิของตนได้

ในทางกลับกัน หากผู้รับเหมาหยุดงานหรือทิ้งงานโดยที่ผู้ว่าจ้างไม่ได้ผิดสัญญา ผู้รับเหมาเองก็อาจกลายเป็นฝ่ายผิดสัญญาและต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น

สรุป

การบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างสามารถทำได้เมื่อมีเหตุหรือเงื่อนไขตามกฎหมายหรือสัญญา เช่น ผู้รับเหมาทิ้งงาน ทำงานล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญ ทำงานไม่ตรงแบบ หรือผู้ว่าจ้างไม่ชำระค่าจ้างตามกำหนด ก่อนบอกเลิกสัญญาควรตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญา รวบรวมหลักฐาน และพิจารณาว่าจำเป็นต้องแจ้งให้อีกฝ่ายแก้ไขการผิดสัญญาก่อนหรือไม่ เพราะหากบอกเลิกสัญญาโดยไม่ถูกต้อง อาจทำให้ฝ่ายที่บอกเลิกกลายเป็นฝ่ายผิดสัญญาเสียเอง


เรียบเรียงโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา

**บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปทางกฎหมาย ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย หากมีปัญหาจริง ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ