หนี้บัตรเครดิตหมดอายุความแล้ว เจ้าหนี้ยังฟ้องได้หรือไม่? ไขข้อข้องใจที่ลูกหนี้ควรรู้?
คำถามที่พบบ่อยที่สุดจากผู้ที่ค้างชำระหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดมานานหลายปีคือ "เมื่อหนี้หมดอายุความแล้ว เจ้าหนี้หรือธนาคารยังสามารถฟ้องร้องต่อศาลได้อีกหรือไม่?" หลายคนเข้าใจผิดว่าหากเลย 2 ปีไปแล้ว เจ้าหนี้จะหมดสิทธิ์เด็ดขาด แต่วิธีคิดแบบนี้อาจทำให้คุณตกเป็นจำเลยที่แพ้คดีในศาลได้ มาทำความเข้าใจข้อกฎหมายที่ถูกต้องเพื่อปกป้องสิทธิ์ของคุณกันครับ
1. หนี้หมดอายุความแล้ว "เจ้าหนี้ยังยื่นฟ้องศาลได้หรือไม่?"
คำตอบสั้น ๆ คือ "เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลได้ตามกฎหมาย"
สิทธิในการฟ้องร้องยังอยู่: ในทางกฎหมายแพ่ง การที่หนี้ขาดอายุความไม่ได้ทำให้ "หนี้" หรือ "สิทธิเรียกร้อง" นั้นสูญสลายไป ตัวสัญญาหนี้ยังคงมีอยู่จริง เจ้าหนี้จึงสามารถเดินเรื่องส่งฟ้องต่อศาลได้ตามปกติ ศาลไม่สามารถปฏิเสธการรับฟ้องได้ตั้งแต่แรกเพียงเพราะเห็นว่าหนี้นั้นนานเกิน 2 ปีแล้ว
สิ่งที่หายไปไม่ใช่สิทธิฟ้อง แต่เป็น "อำนาจบังคับคดี": ผลทางกฎหมายที่แท้จริงของการขาดอายุความ คือ "เจ้าหนี้หมดสิทธิบังคับคดี" หากลูกหนี้รู้กฎหมายและรู้วิธีต่อสู้คดี เจ้าหนี้ก็จะไม่สามารถชนะคดีเพื่อนำคำพิพากษาไปยึดทรัพย์หรืออายัดเงินเดือนได้
2. ทำไมเจ้าหนืชวนฟ้อง ทั้งที่รู้ว่าหนี้ขาดอายุความแล้ว?
หลายคนสงสัยว่าเมื่อรู้ว่าหนี้เกิน 2 ปี ทำไมสถาบันการเงินหรือบริษัทรับซื้อหนี้ยังนำมาฟ้องศาล เหตุผลหลักมีดังนี้:
ความหวังว่าลูกหนี้จะไม่มาศาล (ขาดนัดพิจารณา): ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องอายุความไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลจะไม่ยกเรื่องอายุความขึ้นมาวินิจฉัยให้เองโดยอัตโนมัติ หากเจ้าหนี้ฟ้องมาแล้วลูกหนี้ไม่ไปศาล หรือไม่ยื่นคำให้การต่อสู้เรื่องอายุความ ศาลจะถือว่าลูกหนี้ไม่ติดใจต่อสู้คดี และศาลต้องพิพากษาให้เจ้าหนี้ชนะคดีตามฟ้อง
ลูกหนี้อาจเผลอรับสภาพหนี้ในกระบวนการพิจารณา: ในบางกรณี ลูกหนี้ตกใจกลัวเมื่อได้รับหมายศาลและไปตกลงยอมความหรือทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล โดยไม่รู้ว่านั่นทำให้หนี้ที่เคยขาดอายุความกลับมามีผลผูกพันต้องจ่ายตามยอมทันที
3. เมื่อหนี้ขาดอายุความแล้ว "ลูกหนี้ต้องทำอย่างไร" เมื่อได้รับหมายศาล?
หากคุณตรวจสอบแล้วพบว่าหนี้บัตรเครดิตดังกล่าวขาดอายุความ (เกิน 2 ปี นับจากวันผิดนัดชำระโดยไม่มีการชำระเงินหรือรับสภาพหนี้เพิ่ม) สิ่งที่คุณต้องทำทันทีเมื่อได้รับหมายศาล มีดังนี้:
ห้ามเพิกเฉยหรือหนีหมายศาลเด็ดขาด: การไม่ไปศาลในวันนัดถือเป็นความเสี่ยงสูงสุด เพราะจะทำให้แพ้คดีโดยปริยาย
รวบรวมหลักฐานและตรวจสอบวันผิดนัด: ดูรายละเอียดในคำฟ้องของโจทก์ว่าระบุ "วันที่ผิดนัดชำระหนี้" หรือวันที่เริ่มค้างชำระครั้งสุดท้ายคือวันไหน ตรวจสอบว่าพ้นระยะเวลา 2 ปีแล้วหรือยัง
จัดทำ "คำให้การต่อสู้คดี" (ประเด็นขาดอายุความ): ลูกหนี้จะต้องเดินทางไปศาลในวันนัด หรือแต่งตั้งทนายความเพื่อยื่นคำให้การต่อสู้คดี โดยระบุข้อต่อสู้ชัดเจนว่า "หนี้รายนี้ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (7)" ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง
ดำเนินการตามกระบวนการศาล: เมื่อยื่นคำให้การต่อสู้เรื่องอายุความแล้ว ศาลจะนัดไต่สวน หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าหนี้ขาดอายุความจริง ศาลจะมีคำพิพากษา "ยกฟ้อง" เจ้าหนี้ ทำให้คุณหลุดพ้นจากการถูกบังคับคดี (ยึดทรัพย์/อายัดเงินเดือน) ในหนี้ก้อนนั้นทันที
สรุปข้อควรจำ
แม้หนี้บัตรเครดิตจะเกิน 2 ปีจน "ขาดอายุความ" และเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิฟ้องบังคับคดีให้ชนะ หากคุณไปศาลและสู้คดี แต่ถ้าคุณ ไม่ไปศาลและไม่ต่อสู้คดี เจ้าหนี้ก็สามารถชนะคดีและบังคับคดีคุณได้เช่นกัน ดังนั้น หากได้รับหมายศาล อย่าเพิ่งตื่นตระหนก รีบตรวจสอบอายุความและปรึกษาทนายความเพื่อยื่นคำให้การสู้คดีให้ถูกต้องตามกฎหมายครับ
