หนี้บัตรเครดิตถูกบังคับคดี อายัดเงินเดือนได้หรือไม่? ไขข้อกฎหมายและเกณฑ์การหักเงินที่ลูกหนี้ต้องรู้

เมื่อคดีความในชั้นศาลสิ้นสุดลงและเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดี สิ่งที่ลูกหนี้มนุษย์เงินเดือนกังวลมากที่สุดคือ "เจ้าหนี้จะตามมาอายัดเงินเดือนของเราหรือไม่ และจะเหลือเงินไว้ให้ใช้พอยังชีพหรือเปล่า?" บทความนี้จะมาอธิบายกฎหมายและหลักเกณฑ์การอายัดเงินเดือนในคดีบัตรเครดิตให้เข้าใจกันอย่างละเอียดครับ

1. หนี้บัตรเครดิตถูกบังคับคดี "อายัดเงินเดือนได้หรือไม่?"

คำตอบคือ "สามารถอายัดได้ครับ"

  • หากศาลมีคำพิพากษาให้คุณชำระหนี้แล้ว แต่คุณยังเพิกเฉยไม่ชำระหนี้ตามคำบังคับ เจ้าหนี้มีสิทธิตามกฎหมายในการสืบทรัพย์ เมื่อพบว่าคุณทำงานมีเงินเดือนประจำ เจ้าหนี้สามารถยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อออก "คำสั่งอายัดเงินเดือน" ไปยังบริษัทหรือนายจ้างของคุณได้ทันที

2. เกณฑ์เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงจะถูกอายัดเงินเดือนได้?

ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมล่าสุด) ได้กำหนดคุ้มครองลูกหนี้ราย รายได้น้อย เอาไว้,อย่างชัดเจน เพื่อให้ลูกหนี้มีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพ:

  • เงินเดือนไม่ถึง 20,000 บาท: "อายัดไม่ได้" หากคุณมีเงินเดือนหรือค่าจ้างต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน เจ้าหนี้จะไม่สามารถอายัดเงินเดือนของคุณได้เลย เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหนี้เดือดร้อนจนไม่มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

  • เงินเดือนตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป: เจ้าหนี้สามารถขออายัดเงินเดือนในส่วนที่เกิน 20,000 บาทขึ้นไป ตามอัตราที่กฎหมายหรือศาลกำหนด (โดยส่วนใหญ่จะถูกหักในส่วนที่เกิน หรือตามสัดส่วนที่กฎหมายอนุญาต เช่น ไม่เกิน 30% หรือตามยอดที่เจ้าหนี้ร้องขอแต่ต้องทำให้เงินเดือนคงเหลือไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท)

3. รายได้อื่นๆ นอกเหนือจากเงินเดือน (เช่น โบนัส โอที) ถูกอายัดได้ไหม?

นอกจากเงินเดือนประจำแล้ว รายได้เสริมอื่นๆ จากที่ทำงานก็มีเกณฑ์การถูกอายัดที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้:

  • ค่าล่วงเวลา (OT), เบี้ยขยัน, และค่าคอมมิชชั่น: สามารถถูกอายัดได้ แต่ต้องไม่เกิน 30% ของรายได้ในส่วนนั้นๆ

  • เงินโบนัส: สามารถถูกอายัดได้ แต่ต้องไม่เกิน 50% ของเงินโบนัสที่ได้รับ

  • เงินสวัสดิการต่างๆ (เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำมัน ค่าตำแหน่ง): ตามระเบียบการบังคับคดี รายได้ในกลุ่มนี้อาจถูกอายัดได้ตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีพิจารณาตามความเหมาะสม

4. หากมีเจ้าหนี้หลายรายรุมอายัดเงินเดือนพร้อมกัน จะทำอย่างไร?

กรณีที่คุณมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบจากหลายธนาคาร และถูกฟ้องจนถึงขั้นบังคับคดีพร้อมๆ กัน:

  • หลักการเข้าคิว (First Come, First Served): กรมบังคับคดีจะไม่สามารถหักเงินเดือนคุณจนหมดตัวได้ การอายัดเงินเดือนจะทำได้ทีละคดีหรือเรียงตามลำดับคิวที่เจ้าหนี้มายื่นอายัดก่อน-หลัง

  • หากถูกอายัดจนถึงเพดานที่กฎหมายกำหนดแล้ว เจ้าหนี้รายอื่นจะต้องรอคิวถัดไป ไม่สามารถหักซ้อนกันจนทำให้คุณไม่เหลือเงินเดือนกินได้

5. ทางออกหากได้รับผลกระทบจากการถูกอายัดเงินเดือน

หากคุณถูกอายัดเงินเดือนแล้วสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักจนกระทบต่อการดำรงชีพ คุณยังมีสิทธิดำเนินการได้ตามกฎหมาย:

  • ยื่นคำร้องขอลดอายัดต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี: คุณสามารถนำหลักฐานค่า ใช้จ่ายที่จำเป็นในครอบครัว (เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร หรือภาระหนี้สินอื่นๆ ที่จำเป็น) ไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อขอปรับลดสัดส่วนการอายัดเงินเดือนลงได้ตามความเหมาะสม

  • เจรจาขอปิดบัญชี (Haircut) นอกรอบ: แม้จะโดนอายัดเงินเดือนแล้ว คุณก็ยังสามารถติดต่อกับสำนักงานกฎหมายของเจ้าหนี้ เพื่อขอเจรจาจ่ายเงินก้อนปิดบัญชีในยอดที่ตกลงกัน ซึ่งมักจะได้ส่วนลดที่คุ้มค่ากว่ายอดบังคับคดีทั้งหมด

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้น การพิจารณาว่าหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรกดเงินสด ขาดอายุความแล้วหรือไม่ ต้องพิจารณาจากสัญญา ประเภทของหนี้ วันผิดนัด ประวัติการชำระหนี้ และข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

บทความโดย: ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น (สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา)