ไม่มีทรัพย์สินให้ยึด เจ้าหนี้ทำอะไรได้บ้าง? ความจริงที่ลูกหนี้ต้องรู้หลังคำพิพากษา
เมื่อคดีความในศาลสิ้นสุดลงและเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดี ลูกหนี้หลายคนมักเครียดและกังวลใจว่าตนเองจะเผชิญกับอะไรบ้าง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสถานะ "ไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย" (ตกงาน ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ และไม่มีเงินในบัญชี) มักสงสัยว่าในเมื่อไม่มีอะไรให้ยึด เจ้าหนี้จะสามารถทำอะไรเราได้อีกหรือไม่? บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้เข้าใจกันอย่างชัดเจนครับ
1. เจ้าหนี้มีสิทธิ "สืบทรัพย์" เพื่อค้นหาทรัพย์สินของคุณ
แม้ว่าคุณจะมั่นใจว่าตนเองไม่มีทรัพย์สินอะไร แต่ตามกระบวนการทางกฎหมาย เจ้าหนี้ (หรือทนายความของเจ้าหนี้) มีสิทธิตามกฎหมายในการตรวจสอบสถานะทางการทรัพย์สินของคุณ เรียกว่า "การสืบทรัพย์"
เจ้าหนี้จะดำเนินการตรวจสอบผ่านฐานข้อมูลของหน่วยงานราชการต่างๆ เช่น กรมที่ดิน (ตรวจสอบว่ามีชื่อถือครองที่ดินหรือบ้านหรือไม่), กรมการขนส่งทางบก (ตรวจสอบการมีชื่อครอบครองรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์), หรือสำนักงานประกันสังคม (ตรวจสอบว่าปัจจุบันทำงานอยู่ที่ไหนและมีเงินเดือนหรือไม่)
หากผลการสืบทรัพย์ปรากฏว่า "ไม่พบทรัพย์สินใดๆ เลย" เจ้าหนี้ก็จะไม่สามารถนำทรัพย์สินอะไรไปยึดเพื่อขายทอดตลาดได้ เพราะกฎหมายไม่ออกจากบังคับคดีบนความว่างเปล่า
2. ถ้าไม่มีทรัพย์สินและไม่มีงานทำ เจ้าหนี้ "ยึดอะไรไม่ได้เลย"
ผลลัพธ์ทางกฎหมายที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ:
ไม่มีบ้าน-ยึดบ้านไม่ได้: หากคุณไม่ได้เป็นเจ้าของบ้านหรือที่ดิน เจ้าหนี้ก็ไม่มีกรรมสิทธิ์ใดๆ ให้ไปสั่งยึด
ไม่มีรถ-ยึดรถไม่ได้: หากไม่มีรถยนต์ที่เป็นชื่อของคุณ เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถมายึดรถได้ (แม้แต่รถที่ผ่อนอยู่แต่ยังไม่หมดก็ยึดไม่ได้เช่นกัน)
ไม่มีเงินเดือน-อายัดเงินเดือนไม่ได้: หากปัจจุบันคุณตกงาน ทำอาชีพอิสระ รับจ้างทั่วไป หรือค้าขายรายวัน ไม่มีสลดเงินเดือนประจำ เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถทำเรื่องอายัดเงินเดือนผ่านนายจ้างได้
ยอดหนี้ยังอยู่ แต่บังคับคดีไม่ได้: แม้หนี้ตามคำพิพากษาจะยังคงอยู่และไม่หายไปไหน แต่ในเมื่อสภาพความเป็นจริงคุณไม่มีทรัพย์สิน เจ้าหนี้ก็ต้องหยุดกระบวนการบังคับคดีไว้ชั่วคราวในส่วนของการยึดทรัพย์
3. ระยะเวลาการบังคับคดี (อายุความ 10 ปี เจ้าหนี้ตามสืบได้ตลอด)
แม้ในวันนี้คุณจะยังไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย และเจ้าหนี้ยังไม่สามารถบังคับคดีอะไรได้ แต่คุณต้องรู้หลักกฎหมายสำคัญอีกข้อหนึ่งคือ "อายุความในการบังคับคดี"
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เจ้าหนี้มีเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ในการติดตามสืบทรัพย์และนำคำพิพากษามาบังคับคดีกับคุณ
ตราบใดที่ยังไม่ครบกำหนด 10 ปี เจ้าหนี้มีสิทธิยื่นเรื่องตรวจสอบ (สืบทรัพย์) ซ้ำได้เรื่อยๆ หากในอนาคต (เช่น อีก 3 ปี หรือ 5 ปีข้างหน้า) คุณเริ่มมีงานทำ มีเงินเดือนเกิน 20,000 บาท หรือซื้อบ้าน ซื้อรถ เป็นชื่อของตัวเอง เจ้าหนี้ก็จะสามารถกลับมาขออายัดเงินเดือนหรือยึดทรัพย์สินเหล่านั้นได้ทันที
4. แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับลูกหนี้ที่ไม่มีทรัพย์สิน
แม้ในปัจจุบันคุณจะปลอดภัยจากการถูกยึดทรัพย์เนื่องจากไม่มีอะไรให้ยึด แต่การปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้:
อย่าตื่นตระหนกและไม่ต้องกลัวติดคุก: ย้ำเตือนเสมอว่าหนี้บัตรเครดิตเป็นคดีแพ่ง ไม่มีการติดคุกเพราะไม่มีเงินจ่าย อย่างแน่นอน
เก็บเงินตั้งตัวและเจรจาเมื่อพร้อม: ใช้ช่วงเวลานี้ในการตั้งหลักชีวิต สร้างอาชีพ และหารายได้ เมื่อคุณเริ่มมีความพร้อมทางการเงินในระดับหนึ่ง คุณสามารถติดต่อเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอส่วนลดปิดบัญชี (Haircut) แบบจ่ายก้อนเดียวจบในราคาพิเศษ ซึ่งเจ้าหนื้อมักจะยินดีลดหนี้ให้เป็นพิเศษเพื่อให้จบเคส
ระวังมิจฉาชีพแอบอ้าง: สำหรับผู้ที่ไม่มีทรัพย์สินและตกงาน มักจะมีแก๊งทวงหนี้หรือบุคคลแอบอ้างขู่จะยึดบ้านเช่าหรือทรัพย์สินของคนในครอบครัว จงจำไว้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิยึดได้เฉพาะทรัพย์สินที่เป็น "ชื่อของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น" ไม่สามารถยึดทรัพย์สินของพ่อแม่ พี่น้อง หรือแฟนได้ หากไม่ใช่ทรัพย์สินของคุณ
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้น การพิจารณาว่าหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรกดเงินสด ขาดอายุความแล้วหรือไม่ ต้องพิจารณาจากสัญญา ประเภทของหนี้ วันผิดนัด ประวัติการชำระหนี้ และข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
บทความโดย: ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น (สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา)
