ถูกทวงหนี้บัตรเครดิต โทรหาคนในครอบครัวหรือนายจ้างได้หรือไม่? ขอบเขตทางกฎหมายที่เจ้าหนี้ต้องปฏิบัติ

ปัญหาการทวงถามหนี้ถือเป็นความเครียดอันดับต้นๆ ของลูกหนี้บัตรเครดิต บัตรสินเชื่อส่วนบุคคล และบัตรกดเงินสด โดยเฉพาะพฤติกรรมการโทรจิก โทรตาม หรือโทรไปฟ้องคนรอบข้าง เช่น โทรหาพ่อแม่ ญาติพี่น้อง สามี ภริยา หรือแม้แต่โทรไปประจานที่ทำงานให้นายจ้างและเพื่อนร่วมงานรู้ ลูกหนี้หลายคนมักสงสัยว่า "พฤติกรรมเหล่านี้ทำได้ถูกกฎหมายหรือไม่ และเรามีสิทธิเอาผิดทางกฎหมายอย่างไร?" บทความนี้มีคำตอบจากพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้มาอธิบายให้ฟังครับ

1. ตามกฎหมายทวงถามหนี้: โทรหา "บุคคลอื่น" ได้หรือไม่?

ตาม พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ได้กำหนดกฎเหล็กและควบคุมพฤติกรรมการติดตามทวงถามหนี้เอาไว้ชัดเจน เพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกหนี้และบุคคลภายนอก:

  • หลักการทั่วไปคือ "ห้ามเปิดเผยความเป็นหนี้แก่บุคคลอื่น": เจ้าหนี้หรือบริษัทติดตามทวงถามหนี้ ไม่มีสิทธิ เอาข้อมูลหนี้สินของคุณไปบอกกล่าวแก่บุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน หรือญาติพี่น้อง

  • ข้อยกเว้นเฉพาะบุคคลที่ลูกหนี้ระบุไว้: เจ้าหนี้จะติดต่อบุคคลอื่นได้ก็ต่อเมื่อ "ลูกหนี้ได้ระบุชื่อและให้ความยินยอมไว้อย่างชัดเจนในขณะทำสัญญา" (เช่น การให้เบอร์โทรศัพท์บุคคลติดต่อฉุกเฉิน หรือบุคคลอ้างอิง) แต่ถึงกระนั้น เจ้าหน้าที่ก็มีสิทธิโทรไปสอบถามเพื่อติดต่อตัวลูกหนี้ได้เท่านั้น ไม่มีสิทธิเอาเนื้อหาหนี้ ยอดหนี้ หรือประวัติการค้างชำระไปประจานหรือบอกเล่าให้บุคคลเหล่านั้นฟังเด็ดขาด

2. โทรหา "คนในครอบครัว" (พ่อ แม่ สามี ภริยา) ทำได้แค่ไหน?

  • กรณีบุคคลในครอบครัวไม่ใช่ผู้กู้ร่วม/ผู้ค้ำประกัน: หากพ่อแม่ หรือสามีภริยาไม่ได้เป็นผู้เซ็นชื่อค้ำประกันหรือกู้ร่วมในสัญญาบัตรเครดิตก้อนนั้น บุคคลในครอบครัวถือเป็น "บุคคลภายนอกตามกฎหมาย"

  • ข้อจำกัดในการติดต่อ: เจ้าหน้าที่ทวงหนี้สามารถโทรติดต่อบุคคลในครอบครัวได้ เฉพาะกรณีที่จำเป็นเพื่อสอบถามข้อมูลการติดต่อตัวลูกหนี้เท่านั้น (เช่น สอบถามว่าลูกหนี้ปัจจุบันพักอาศัยอยู่ที่ไหน หรือติดต่อได้ทางใด)

  • ห้ามทวงหนี้กับคนในครอบครัว: เจ้าหน้าที่ ไม่มีสิทธิ สั่งให้พ่อแม่ สามี หรือภริยา ต้องเป็นผู้รับผิดชอบใช้หนี้แทน และไม่มีสิทธิข่มขู่หรือประจานให้คนในครอบครัวอับอาย หากเจ้าหน้าที่โทรไปด่าทอ กดดัน หรือบังคับให้ญาติใช้หนี้แทน จะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ. ทวงถามหนี้ทันที

3. โทรไปที่ทำงาน / โทรหานายจ้าง ผิดกฎหมายหรือไม่?

การโทรศัพท์ไปทวงหนี้หรือประจานที่ทำงาน ถือเป็นเรื่องที่พบบ่อยและสร้างผลกระทบต่อหน้าที่การงานของลูกหนี้มากที่สุด ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ดังนี้:

  • ห้ามโทรศัพท์ไปประจานหรือสร้างความเสื่อมเสียที่ทำงาน: เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิโทรไปแจ้งฝ่ายบุคคล (HR) หรือโทรไปหานายจ้างเพื่อฟ้องร้องว่าลูกหนี้กำลังค้างชำระหนี้บัตรเครดิต จนทำให้ลูกหนี้ได้รับความอับอายหรือเสื่อมเสียชื่อเสียงในที่ทำงาน

  • การติดต่อเพื่อสอบถามสถานที่ทำงาน: หากเจ้าหน้าที่โทรไปที่ทำงานเพื่อสอบถามว่าลูกหนี้ยังทำงานอยู่หรือไม่ หรือติดต่องานตามช่องทางที่เหมาะสม สามารถทำได้ในขอบเขตจำกัด แต่ ห้ามมิให้เปิดเผยข้อความหรือยอดหนี้ให้เพื่อนร่วมงานหรือบุคคลอื่นรับรู้เด็ดขาด หากมีการพูดจาประจานหรือฝากข้อความทวงหนี้ไว้กับคนอื่น ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายทวงถามหนี้อย่างชัดเจน

4. กฎเหล็กอื่นๆ ที่ พ.ร.บ. ทวงถามหนี้ ห้ามเจ้าหนี้ทำเด็ดขาด

นอกจากเรื่องการห้ามโทรหาบุคคลอื่นแล้ว พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ ยังห้ามพฤติกรรมเหล่านี้ในการทวงหนี้บัตรเครดิตอีกด้วย:

  • ห้ามใช้คำพูดดูหมิ่น หยาบคาย หรือข่มขู่: ห้ามขู่จะดำเนินคดีอาญา (เพราะหนี้บัตรเครดิตเป็นคดีแพ่ง ไม่ติดคุก) ห้ามใช้ถ้อยคำรุนแรง ข่มขู่คุกคามทางร่างกาย

  • ห้ามทวงหนี้ในเวลาที่ไม่เหมาะสม: การติดต่อทางโทรศัพท์สามารถทำได้เฉพาะในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.00 น. – 20.00 น. และวันหยุดราชการ เวลา 08.00 น. – 18.00 น. เท่านั้น (นอกเหนือจากเวลานี้ถือว่าผิดกฎหมาย)

  • ห้ามติดต่อถี่หรือโทรจิกเกินสมควร: การโทรศัพท์เข้ามาทวงถามวันละหลายๆ สิบรอบจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุและผิดกฎหมายทวงถามหนี้

5. แนวทางปฏิบัติและวิธีเอาผิด หากถูกเจ้าหนี้ทวงหนี้ละเมิดกฎหมาย

หากคุณถูกเจ้าหนี้หรือบริษัททวงหนี้โทรไปประจานคนในครอบครัว หรือโทรสร้างความเดือดร้อนที่ทำงาน คุณมีสิทธิดำเนินการเพื่อปกป้องตนเอง ดังนี้:

  1. บันทึกหลักฐานทุกครั้ง: บันทึกภาพหน้าจอเบอร์โทรเข้า บันทึกเสียงสนทนา หรือเก็บบันทึกข้อความแชทที่มีการข่มขู่หรือประจานไว้เป็นหลักฐานสำคัญ

  2. แจ้งเตือนและร้องเรียน: แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าพฤติกรรมการทวงหนี้ดังกล่าวผิด พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ และหากยังไม่หยุดจะนำหลักฐานไปร้องเรียน

  3. ร้องเรียนต่อคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้: คุณสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนได้ที่ ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต หรือสถานีตำรวจท้องที่ รวมถึงร้องเรียนผ่านกระทรวงมหาดไทยหรือศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ เนื่องจากบริษัททวงหนี้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายจะมีโทษทางปกครองและโทษปรับทางอาญาอย่างรุนแรง

บทความโดย: ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น (สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา)