หากได้รับหมายศาลทั้งที่คิดว่าหนี้ขาดอายุความแล้ว ควรทำอย่างไร? คู่มือสู้คดีฉบับเข้าใจง่าย

การได้รับซองหมายศาลคดีบัตรเครดิต บัตรสินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรกดเงินสด ย่อมสร้างความตื่นตระหนกให้กับลูกหนี้ทุกคน แต่สำหรับลูกหนี้บางคน เมื่อตรวจสอบรายละเอียดในคำฟ้องแล้วพบว่า "หนี้ก้อนนี้หยุดจ่ายมานานเกิน 2 ปี หรือเกินกำหนดอายุความทางกฎหมายไปแล้ว ทำไมเจ้าหนี้ถึงยังฟ้องร้องได้อีก?" และหากเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เราจะต้องทำอย่างไรต่อไป บทความนี้มีคำตอบและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องมาแนะนำครับ

1. ทำความเข้าใจก่อน "หนี้ขาดอายุความ ทำไมเจ้าหนี้ยังฟ้องศาลได้?"

สิ่งแรกที่ลูกหนี้ต้องรู้และทำความเข้าใจให้ถูกต้องคือ

  • เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องศาลได้เสมอ: ตามกฎหมายแล้ว เจ้าหนี้หรือบริษัทบริหารสินทรัพย์มีสิทธิตามกฎหมายในการยื่นฟ้องคดีต่อศาลได้ทุกเมื่อ แม้ว่าหนี้นั้นจะขาดอายุความไปแล้วก็ตาม ศาลไม่สามารถปฏิเสธการรับฟ้องได้ตั้งแต่แรก

  • "ขาดอายุความ" ไม่ใช่หนี้หายไป: การที่หนี้ขาดอายุความไม่ได้หมายความว่าหนี้ก้อนนั้นหมดสิ้นไปโดยอัตโนมัติ แต่หมายถึง "สิทธิในการฟ้องร้องบังคับคดีของเจ้าหนี้ระงับไป" หากลูกหนี้หยิบยกประเด็นเรื่องอายุความขึ้นมา "ต่อสู้คดีในศาล" ศาลจะพิพากษายกฟ้อง แต่ถ้าลูกหนี้เพิกเฉยไม่ไปศาล หรือไม่หยิบยกเรื่องอายุความขึ้นต่อสู้ ศาลก็จะต้องพิพากษาให้ลูกหนี้แพ้คดีและต้องจ่ายหนี้ตามฟ้อง

2. ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบวันผิดนัดชำระหนี้เพื่อคำนวณอายุความให้แม่นยำ

เมื่อได้รับหมายศาล ให้รีบนำเอกสารคำฟ้องมาตรวจสอบในรายละเอียดทันที

  • ตรวจสอบวันที่ผิดนัดงวดสุดท้าย (หรือวันที่หยุดจ่ายจริง): ดูตารางคำนวณหนี้ท้ายคำฟ้องว่า วันที่ที่คุณเริ่มขาดส่งหรือผิดนัดชำระหนี้ครั้งสุดท้ายคือวันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร ปีอะไร

  • คำนวณระยะเวลาอายุความ:

    • หากเป็น หนี้บัตรเครดิตแท้ๆ อายุความในการฟ้องร้องคือ 2 ปี นับถัดจากวันที่ผิดนัด

    • หากเป็น หนี้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรกดเงินสด ที่เข้าข่ายสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป อายุความอาจอยู่ที่ 10 ปี (ต้องพิจารณาตามลักษณะของสัญญาแต่ละประเภท)

  • หากคำนวณระยะเวลาแล้วพบว่านับตั้งแต่วันที่ผิดนัดจนถึงวันที่เจ้าหนี้ฟ้องร้อง (ดูวันที่ยื่นฟ้องในหมายศาล) มีระยะเวลาเกินกว่า 2 ปี (สำหรับบัตรเครดิต) โดยที่ในระหว่างนั้น "ไม่มีการชำระเงินตัดยอด และไม่มีการทำหนังสือรับสภาพหนี้ใดๆ เลย" คดีนี้เข้าข่ายขาดอายุความอย่างแน่นอน

3. ขั้นตอนที่ 2: ห้ามขาดศาลเด็ดขาด! ต้องเดินทางไปศาลตามนัด

ความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของลูกหนี้ที่มั่นใจว่าหนี้ขาดอายุความ คือการคิดว่า “เดี๋ยวศาลคงยกฟ้องเอง ไม่ต้องไปหรอก”

  • การไม่ไปศาลถือว่าเสียเปรียบสูงสุด หากคุณไม่ไปศาลตามวันนัดในหมายเรียก และไม่ได้แต่งตั้งทนายความไปดำเนินการแทน ศาลจะถือว่าคุณ "ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา" ศาลจะมีคำพิพากษาให้คุณแพ้คดีและต้องจ่ายหนี้เต็มจำนวนตามที่โจทก์ฟ้องทันที โดยที่ศาลไม่มีหน้าที่ต้องหยิบยกเรื่องอายุความขึ้นมาวินิจฉัยให้เองหากคุณไม่ต่อสู้คดี

  • ดังนั้น "ต้องไปศาลทุกนัด" เพื่อไปแสดงตัวและใช้สิทธิต่อสู้คดีในประเด็นอายุความ

4. ขั้นตอนที่ 3: ยื่นคำให้การต่อสู้คดีในประเด็น "ขาดอายุความ"

เมื่อไปถึงศาลในวันนัดพิจารณาหรือวันนัดไกล่เกลี่ย

  • แจ้งต่อหน้าศาลหรือผู้ประนีประนอม: แจ้งให้ชัดเจนว่า "ขอยื่นคำให้การปฏิเสธหนี้เนื่องจากขาดอายุความ"

  • ยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร: ในทางปฏิบัติ ควรจัดทำคำให้การสู้คดีโดยระบุข้อเท็จจริงว่าหนี้ดังกล่าวได้ขาดอายุความตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตราใด และขอให้ศาลมีคำสั่ง "ยกฟ้อง" ในคดีนี้

  • หากคุณมีหลักฐาน เช่น สมุดบัญชีธนาคารย้อนหลัง สลิปการหยุดจ่าย หรือเอกสารที่ยืนยันได้ว่าหยุดจ่ายมาเกิน 2 ปีแล้ว ให้พกติดตัวไปแสดงต่อศาลด้วย

5. ทางเลือกในการเจรจาต่อรอง (กรณีไม่อยากสู้คดีจนถึงที่สุด)

แม้ว่าคุณจะมีสิทธิต่อสู้เรื่องอายุความเพื่อขอให้ศาลยกฟ้อง แต่ในทางปฏิบัติบางท่านอาจกังวลเรื่องขั้นตอนทางกฎหมายหรือไม่อยากขึ้นศาลหลายรอบ สามารถใช้แนวทางนี้ได้:

  • ใช้ประเด็นอายุความมาเป็น "อำนาจต่อรอง": ในห้องไกล่เกลี่ย คุณสามารถแจ้งต่อหน้าทนายความฝั่งโจทก์ว่า หนี้ก้อนนี้ขาดอายุความแล้ว หากจะให้จบกันด้วยดีและไม่ต้องเสียเวลาสู้คดีกันจนศาลยกฟ้อง ฝ่ายโจทก์ควรยอมลดหนี้หรือให้ส่วนลดปิดบัญชี (Haircut) ในอัตราที่ต่ำมากๆ เป็นกรณีพิเศษ หากตกลงกันได้ก็สามารถทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในยอดที่พอใจแล้วปิดจบเคสได้ทันที

คำแนะนำจากทนายความ: การได้รับหมายศาลในขณะที่หนี้ขาดอายุความแล้ว ถือเป็นจังหวะที่คุณมีแต้มต่อทางกฎหมายสูงสุด "ห้ามเพิกเฉย ห้ามหนี และห้ามขาดศาลเด็ดขาด" การไปศาลตรงเวลาและหยิบยกประเด็นอายุความขึ้นมาต่อสู้ จะช่วยปกป้องทรัพย์สินและเงินในกระเป๋าของคุณได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากรู้สึกไม่มั่นใจในการทำสำนวนสู้คดีด้วยตนเอง ควรนำหมายศาลมาปรึกษาทนายความเพื่อช่วยร่างคำให้การและดูแลความเรียบร้อยในชั้นศาลครับ

บทความโดย: ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น (สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา)