หากธนาคารส่งหนังสือทวงถาม อายุความเริ่มนับใหม่หรือไม่? ไขข้อข้องใจกฎหมายการนับอายุความที่ลูกหนี้ต้องรู้
เมื่อค้างชำระหนี้บัตรเครดิต บัตรสินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรกดเงินสด เป็นระยะเวลานาน สิ่งที่ลูกหนี้มักจะได้รับเป็นประจำคือ "จดหมายทวงหนี้" (Dunning Letter) โนนิต หรือข้อความแจ้งเตือนให้ชำระเงินจากธนาคารหรือบริษัทติดตามหนี้ ลูกหนี้หลายคนเกิดความหวาดกลัวและเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า “พอมีจดหมายทวงหนี้ส่งมาทีไร อายุความ 2 ปีของหนี้บัตรเครดิตจะถูกรีเซ็ตหรือเริ่มนับหนึ่งใหม่ทุกที ทำให้หนี้ไม่มีวันขาดอายุความสักที” ความเข้าใจนี้ถูกต้องหรือไม่? บทความนี้มีคำตอบทางกฎหมายมาอธิบายให้หายข้องใจครับ
1. คำตอบสั้นๆ: "แค่ส่งจดหมายทวงหนี้ อายุความไม่เริ่มนับใหม่"
คำตอบทางกฎหมายที่ชัดเจนคือ "การส่งจดหมายทวงหนี้ โทรศัพท์ทวง หรือส่งโนטיสมาหาลูกหนี้ ไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและไม่ทำให้อายุความเริ่มนับใหม่ครับ"
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) การที่เจ้าหนี้ส่งจดหมายมาทวงหนี้ ถือเป็นเพียงแค่การแสดงเจตนาทวงถามหรือเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้เท่านั้น
การกระทำฝ่ายเดียวของเจ้าหนี้ (โดยที่ลูกหนี้ยังไม่ได้ทำอะไรตอบกลับที่เป็นการยอมรับหนี้) ไม่มีอำนาจทางกฎหมายในการรีเซ็ตหรือขยายอายุความออกไปได้ อายุความยังคงเดินหน้าต่อไปนับตั้งแต่วันที่คุณผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกสุดเช่นเดิม
2. อะไรบ้างที่ทำให้อายุความ "สะดุดหยุดลง" และเริ่มนับใหม่? (ข้อที่ต้องระวัง)
แม้การส่งจดหมายทวงหนี้เฉยๆ จะไม่ทำให้อายุความรีเซ็ตใหม่ แต่ลูกหนี้ต้องระมัดระวังพฤติกรรมบางอย่างที่อาจเข้าข่าย "การรับสภาพหนี้" ซึ่งจะทำให้อายุความที่ผ่านมาถูกยกเลิกและ "เริ่มนับหนึ่งใหม่ทันที" ตามกฎหมาย ได้แก่:
การชำระเงินตัดยอดเข้าไปแม้แต่บาทเดียว: หากคุณได้รับจดหมายทวงหนี้ แล้วเกิดความกลัว เลยลองโอนเงินจ่ายเข้าไป 100 หรือ 500 บาทเพื่อตัดดอกเบี้ย การกระทำดังกล่าวถือเป็นการ "รับสภาพหนี้โดยปริยาย" ส่งผลให้อายุความที่เคยเดินมาเกือบครบ 2 ปี ถูกรีเซ็ตกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในทันที
การเซ็นชื่อในหนังสือรับสภาพหนี้: หากเจ้าหน้าที่นำเอกสารสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ หรือหนังสือรับสภาพหนี้มาให้เซ็น แล้วคุณลงลายมือชื่อยอมรับว่าเป็นหนี้จริง อายุความจะถูกรีเซ็ตใหม่ทันทีเช่นกัน
การทำสัญญาขอผ่อนผันหนี้: การเจรจาขอผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ และทำบันทึกข้อตกลงกับเจ้าหนี้ ถือเป็นการรับสภาพหนี้ ทำให้หนี้ก้อนนั้นมีผลผูกพันและอายุความเริ่มต้นนับใหม่ตามสัญญาฉบับใหม่
3. ข้อสังเกต: จดหมายทวงหนี้มีผลทางกฎหมายอย่างไร?
แม้จดหมายทวงหนี้จะไม่ทำให้อายุความรีเซ็ตใหม่ แต่เอกสารเหล่านี้ก็มีความสำคัญในทางปฏิบัติ:
เป็นหลักฐานการทวงถาม: ธนาคารใช้จดหมายทวงหนี้เพื่อเป็นหลักฐานแสดงต่อศาลว่า ได้มีการติดตามทวงถามหนี้ตามขั้นตอนก่อนที่จะนำคดีมาฟ้องศาล
แจ้งยอดหนี้และช่องทางติดต่อ: มักจะมีข้อมูลยอดหนี้คงค้างและช่องทางติดต่อเจรจาไกล่เกลี่ย ซึ่งหากลูกหนี้ต้องการเคลียร์หนี้ ก็สามารถใช้ข้อมูลในจดหมายติดต่อเพื่อขอส่วนลดปิดบัญชี (Haircut) ได้
4. แนวทางปฏิบัติเมื่อได้รับจดหมายทวงหนี้บ่อยๆ
ตั้งสติและตรวจสอบวันที่: เมื่อได้รับจดหมายทวงหนี้ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ให้ลองคำนวณดูว่าหนี้ก้อนนี้หยุดจ่ายมานานเท่าไหร่แล้ว หากเกิน 2 ปี (สำหรับบัตรเครดิต) และคุณไม่เคยจ่ายเงินตัดยอดหรือเซ็นเอกสารใดๆ เลย อายุความเดิมก็น่าจะขาดแล้ว
ห้ามจ่ายเงินสุ่มสี่สุ่มห้า: หากคุณตั้งใจจะสู้คดีเรื่องอายุความ ห้ามโอนเงินจ่ายตัดยอดเด็ดขาด เพราะจะทำให้หนี้ที่เกือบขาดอายุความกลับมามีอายุความเดินต่อทันที
เก็บจดหมายไว้เป็นหลักฐาน: รวบรวมเอกสารจดหมายทวงหนี้ไว้เผื่อกรณีที่ต้องนำไปตรวจสอบกับหมายศาลในอนาคต
คำแนะนำจากทนายความ: การที่ธนาคารส่งจดหมายทวงหนี้มาหาท่านซ้ำๆ เป็นเพียงกลยุทธ์ในการติดตามทวงถาม "ไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่จะทำให้อายุความเริ่มนับใหม่ได้" หากท่านไม่เคยจ่ายเงินตัดยอดและไม่เคยเซ็นรับสภาพหนี้ อายุความยังคงยึดตามวันผิดนัดเดิม หากมีหมายศาลมาและพบว่าเกินอายุความ 2 ปีแล้ว ท่านสามารถนำหมายศาลมาปรึกษาทนายความเพื่อเตรียมยื่นคำให้การสู้คดีต่อศาลได้อย่างมั่นใจครับ
บทความโดย: ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น (สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา)
