เมื่อมีผู้อื่นประจาน ใส่ความ หรือเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จจนทำให้เราเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือได้รับความเสียหาย เราสามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายได้ ดังนี้

ขั้นตอนแรก: ติดต่อเจรจา

ในเบื้องต้น ควรติดต่อผู้กระทำโดยตรง เพื่อแจ้งให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย และขอให้

* หยุดการกระทำทันที

* ลบข้อความหรือเนื้อหาที่เผยแพร่

* กล่าวคำขอโทษหรือชี้แจงต่อสาธารณะ

หลายกรณีสามารถยุติปัญหาได้ตั้งแต่ขั้นตอนนี้ โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินคดี

ขั้นตอนที่สอง: ให้ทนายความส่งหนังสือบอกกล่าว

หากอีกฝ่ายเพิกเฉย หรือไม่ให้ความร่วมมือ สามารถมอบหมายให้ทนายความจัดทำหนังสือบอกกล่าวหรือหนังสือเตือนอย่างเป็นทางการ เพื่อ

* เรียกร้องให้ยุติการกระทำ

* ให้ลบข้อความหรือเนื้อหาที่ก่อให้เกิดความเสียหาย

* เรียกร้องให้ขอโทษ

* เรียกค่าเสียหายเบื้องต้น

หนังสือจากทนายความมักช่วยเพิ่มน้ำหนักและความจริงจังในการเจรจา

ขั้นตอนที่สาม: แจ้งความดำเนินคดี

หากอีกฝ่ายยังคงเพิกเฉย ผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ จึงต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 96

ขั้นตอนที่สี่: ฟ้องคดีต่อศาล

หากต้องการดำเนินคดีโดยตรง หรือเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม สามารถว่าจ้างทนายความยื่นฟ้องต่อศาลได้ ทั้งในคดีอาญาและคดีแพ่ง

การฟ้องคดีต่อศาลเหมาะสำหรับกรณีที่ความเสียหายร้ายแรง หรือคู่กรณีไม่ยอมรับผิด

สิ่งสำคัญที่ต้องทำทันที

1. เก็บหลักฐานทั้งหมด เช่น ข้อความ ภาพถ่าย คลิปเสียง หรือโพสต์ต่าง ๆ

2. บันทึกวัน เวลา และช่องทางที่เผยแพร่

3. หลีกเลี่ยงการตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง

สรุป

หากถูกประจานหรือใส่ความ ควรเริ่มจากการเจรจา หากไม่สำเร็จจึงค่อยดำเนินการทางกฎหมายตามลำดับ ตั้งแต่การส่งหนังสือเตือน การแจ้งความ จนถึงการฟ้องคดีต่อศาล เพื่อคุ้มครองสิทธิและชื่อเสียงของตนเองอย่างเหมาะสมตามกฎหมายไทย

บทความโดย
นายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
ทนายความ
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา) ให้คำปรึกษาและดำเนินคดีเกี่ยวกับ คดีหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทออนไลน์ การโพสต์ข้อความบน Facebook, TikTok และสื่อสังคมออนไลน์

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมาย การพิจารณาว่าการกระทำใดเข้าข่ายความผิดหรือมีข้อยกเว้นตามกฎหมาย ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละกรณี

685844468_1786803408957922_3319272938541887844_n