ค้างค่างวดรถ 3 งวด แต่ยังอยากใช้รถต่อ ทำอย่างไร? ไฟแนนซ์เร่งให้จ่ายภายใน 7 วัน ยึดรถได้หรือไม่
ค้างค่างวดรถ 3 งวด แต่ยังอยากใช้รถต่อ ต้องทำอย่างไร? เป็นปัญหาที่ผู้เช่าซื้อรถจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญ โดยเฉพาะเมื่อได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายเร่งรัดหนี้สินของไฟแนนซ์ แจ้งให้ชำระเงินทั้งหมดภายในระยะเวลาอันสั้น และขู่ว่าหากไม่ชำระจะเข้ายึดรถคืน
คำถามสำคัญคือ หากผู้เช่าซื้อยังต้องการรักษารถไว้และต้องการหาเงินมาชำระค่างวดที่ค้างอยู่ ผู้เช่าซื้อยังมีสิทธิชำระหนี้เพื่อให้สัญญาเช่าซื้อดำเนินต่อไปได้หรือไม่?
คำตอบต้องพิจารณาจาก จำนวนงวดที่ค้างชำระ สัญญาเช่าซื้อ หนังสือบอกกล่าวหรือหนังสือบอกเลิกสัญญา และสถานะของสัญญาในขณะนั้น
ค้างค่างวด 3 งวด ไฟแนนซ์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือไม่?
การค้างชำระค่างวดถือเป็นเรื่องที่ผู้เช่าซื้อต้องระมัดระวัง เพราะอาจถือเป็นการผิดนัดตามสัญญา และเมื่อเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายหรือสัญญากำหนด ไฟแนนซ์อาจดำเนินการบอกเลิกสัญญาและใช้สิทธิตามกฎหมายต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม การที่มีค่างวดค้าง 3 งวด ไม่ได้หมายความว่าไฟแนนซ์สามารถนำรถไปยึดได้ทันทีในทุกกรณี
ต้องตรวจสอบก่อนว่า
สัญญาเช่าซื้อกำหนดเงื่อนไขการผิดนัดไว้อย่างไร
มีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้หรือไม่
หนังสือดังกล่าวกำหนดระยะเวลาให้ชำระไว้อย่างไร
ไฟแนนซ์ได้บอกเลิกสัญญาแล้วหรือยัง
ผู้เช่าซื้อยังมีสิทธิชำระหนี้เพื่อแก้ไขการผิดนัดตามกฎหมายหรือสัญญาหรือไม่
ดังนั้น การได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายเร่งรัดหนี้สินว่า “ต้องจ่ายทั้งหมดภายใน 7 วัน ไม่เช่นนั้นจะยึดรถ” ไม่ควรทำให้ผู้เช่าซื้อรีบยอมรับว่าไฟแนนซ์มีสิทธิยึดรถได้ทันทีโดยไม่ตรวจสอบเอกสาร
หากยังอยากใช้รถต่อ ควรทำอย่างไร?
หากผู้เช่าซื้อยังต้องการรักษารถไว้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าปล่อยให้เรื่องเงียบ และอย่ารอจนสัญญาถูกบอกเลิกโดยสมบูรณ์โดยไม่ดำเนินการใด ๆ
ควรดำเนินการดังนี้
1. ตรวจสอบสถานะสัญญาทันที
ตรวจสอบว่าในปัจจุบันสัญญายังอยู่หรือถูกบอกเลิกแล้ว และมีหนังสือจากไฟแนนซ์ส่งมาอย่างไร
โดยเฉพาะคำว่า “หนังสือบอกกล่าวผิดนัด” “หนังสือเตือน” “หนังสือบอกเลิกสัญญา” หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะเอกสารแต่ละประเภทมีผลทางกฎหมายแตกต่างกัน
2. ขอข้อมูลยอดค้างชำระจากไฟแนนซ์
ควรสอบถามยอดที่ต้องชำระอย่างชัดเจนว่า หากต้องการแก้ไขการผิดนัด ต้องชำระเงินจำนวนเท่าใด และมีค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติมหรือไม่
ควรขอข้อมูลหรือหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้ตรวจสอบภายหลัง
3. หากมีเงิน ควรรีบชำระค่างวดที่ค้าง
หากผู้เช่าซื้อสามารถหาเงินมาชำระค่างวดที่ค้างได้ ควรดำเนินการโดยเร็ว เพราะการปล่อยให้มีหนี้ค้างต่อไปอาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนมากขึ้น
แต่ก่อนชำระควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า ยอดที่ต้องชำระเพื่อแก้ไขการผิดนัดคือจำนวนเท่าใด และไฟแนนซ์ยังเปิดโอกาสให้ชำระเพื่อรักษาสัญญาอยู่หรือไม่
4. เก็บหลักฐานการติดต่อและการชำระเงิน
ควรเก็บหลักฐานทุกอย่าง เช่น
ใบเสร็จหรือหลักฐานการโอนเงิน
ข้อความจากไฟแนนซ์
หนังสือแจ้งเตือน
บันทึกการติดต่อ
ข้อเสนอการชำระหนี้
หลักฐานการเจรจาขอผ่อนผัน
เอกสารเหล่านี้อาจมีความสำคัญหากภายหลังเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสถานะของสัญญา
แล้ว “ระยะเวลา 30 วัน” คืออะไร?
ประเด็นเรื่อง “30 วัน” ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะไม่ควรเข้าใจว่า เมื่อค้างค่างวด 3 งวดแล้ว ผู้เช่าซื้อจะมีสิทธิ 30 วันโดยอัตโนมัติในทุกกรณี
สิทธิและระยะเวลาที่ผู้เช่าซื้อสามารถชำระเงินเพื่อแก้ไขการผิดนัด ต้องพิจารณาจาก กฎหมายที่ใช้บังคับ สัญญาเช่าซื้อ และหนังสือที่ไฟแนนซ์ส่งมา รวมถึงสถานะของสัญญาในขณะนั้น
ดังนั้น หากได้รับหนังสือจากไฟแนนซ์ที่กำหนดให้ชำระภายใน 7 วัน แต่ผู้เช่าซื้อเข้าใจว่าตนเองยังมีระยะเวลาในการชำระหนี้เพื่อรักษาสัญญา ไม่ควรเดาจากจำนวนวันที่ฝ่ายเร่งรัดหนี้สินแจ้งทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว
ควรนำหนังสือดังกล่าวมาตรวจสอบว่ามีข้อความและฐานทางกฎหมายอย่างไร
ฝ่ายเร่งรัดหนี้สินบอกว่าจะยึดรถภายใน 7 วัน ต้องทำอย่างไร?
สิ่งสำคัญคือแยกให้ชัดระหว่าง การเร่งรัดให้ชำระหนี้ กับ สถานะทางกฎหมายของสัญญา
หากได้รับการแจ้งทางโทรศัพท์ว่า “ต้องจ่ายภายใน 7 วัน ไม่เช่นนั้นจะยึดรถ” ผู้เช่าซื้อควรขอให้ไฟแนนซ์ส่งรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร และตรวจสอบว่ามีการบอกเลิกสัญญาแล้วหรือไม่
หากยังอยู่ในขั้นตอนการแก้ไขการผิดนัด การรีบชำระหนี้หรือเจรจาหาทางชำระให้เรียบร้อยอาจช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาและการนำรถกลับคืน
ถ้าอยากเก็บรถไว้ ต้องรีบทำอะไร?
หากเป้าหมายของผู้เช่าซื้อคือ “อยากเก็บรถไว้และผ่อนต่อ” แนวทางที่ควรทำคือ
ตรวจสอบหนังสือ → ตรวจสอบสถานะสัญญา → ตรวจสอบยอดค้าง → หาเงินชำระ → เก็บหลักฐาน → เจรจากับไฟแนนซ์เป็นลายลักษณ์อักษร
ไม่ควรเพียงแต่รอให้ครบกำหนดแล้วค่อยหาเงิน เพราะหากสถานะทางสัญญาเปลี่ยนแปลงไปแล้ว การแก้ไขปัญหาอาจทำได้ยากขึ้น
สรุป
ค้างค่างวดรถ 3 งวด ไม่ได้หมายความว่าไฟแนนซ์จะมีสิทธิเข้ายึดรถได้ทันทีในทุกกรณี
ในขณะเดียวกัน ผู้เช่าซื้อก็ไม่ควรเข้าใจว่า “มีเวลา 30 วันเสมอ” โดยไม่ตรวจสอบสัญญาและหนังสือจากไฟแนนซ์ เพราะสิทธิของผู้เช่าซื้อขึ้นอยู่กับสถานะของสัญญา ข้อสัญญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
หากยังต้องการใช้รถต่อและมีความสามารถที่จะหาเงินมาชำระค่างวดที่ค้าง ควรรีบตรวจสอบสถานะสัญญาและดำเนินการชำระหรือเจรจากับไฟแนนซ์โดยเร็ว พร้อมเก็บหลักฐานการติดต่อและการชำระเงินทุกครั้ง
หากได้รับ หนังสือบอกเลิกสัญญา หรือหนังสือแจ้งให้ส่งมอบรถ ควรนำเอกสารมาตรวจสอบกับทนายความก่อนดำเนินการ เพราะรายละเอียดในหนังสืออาจมีผลต่อสิทธิของผู้เช่าซื้อโดยตรง
บทความโดย
นายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
ทนายความ
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา) ให้คำปรึกษาและดำเนินคดีเกี่ยวกับ คดีเช่าซื้อรถยนต์ การค้างค่างวด การบอกเลิกสัญญา การยึดรถ การคืนรถ ค่าขาดราคา และคดีที่ไฟแนนซ์ฟ้องเรียกหนี้ หากกำลัง ค้างค่างวดรถ ถูกไฟแนนซ์เร่งรัดให้ชำระ หรือได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา ควรเก็บเอกสารและนำมาตรวจสอบเพื่อประเมินสิทธิและแนวทางดำเนินการเป็นรายกรณี
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย การมีสิทธิชำระหนี้เพื่อแก้ไขการผิดนัดและระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง ต้องพิจารณาตามกฎหมาย ข้อสัญญา หนังสือบอกกล่าว และสถานะของสัญญาในแต่ละกรณี

