เช็คเด้ง แต่ไม่มีเงินจ่าย ต้องติดคุกหรือไม่?
เช็คเด้ง แต่ไม่มีเงินจ่าย ต้องติดคุกหรือไม่? เป็นคำถามที่คนจำนวนมากกังวล โดยเฉพาะเมื่อออกเช็คไว้แล้วถึงกำหนดนำไปขึ้นเงิน แต่เงินในบัญชีไม่เพียงพอ หรือธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ การที่เช็คถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ไม่ได้หมายความว่าผู้สั่งจ่ายจะต้องติดคุกโดยอัตโนมัติ เพราะการดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายประกอบกัน
ไม่มีเงินในบัญชีตอนเช็คขึ้นเงิน ต้องติดคุกหรือไม่?
ไม่ใช่ว่าทุกกรณีจะต้องติดคุก
การจะมีความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 ต้องพิจารณาว่าการออกเช็คและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องเข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายหรือไม่
ตัวอย่างเช่น ต้องพิจารณาเรื่อง
เช็คออกเพื่อชำระหนี้หรือเพื่อวัตถุประสงค์ใด
มีหนี้หรือความผูกพันที่เกี่ยวข้องกับเช็คหรือไม่
ผู้สั่งจ่ายมีเจตนาอย่างไร
เหตุที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินคืออะไร
มีการชำระเงินภายหลังหรือไม่
มีข้อตกลงอื่นระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้หรือไม่
จึงไม่ควรสรุปว่า “ไม่มีเงิน = ติดคุก” ในทันที
แล้วกรณีไหนที่อาจเป็นความผิดคดีเช็ค?
กฎหมายกำหนดองค์ประกอบความผิดเกี่ยวกับการออกเช็คไว้เป็นการเฉพาะ เช่น การออกเช็คโดยมีพฤติการณ์ตามที่กฎหมายกำหนดและธนาคารไม่สามารถจ่ายเงินตามเช็คได้
ดังนั้น หากได้รับเช็คคืนจากธนาคาร เจ้าหนี้อาจพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายได้ แต่การที่เช็คเด้งเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ศาลต้องพิพากษาลงโทษจำเลยในทุกกรณี
องค์ประกอบความผิดและพยานหลักฐานเป็นเรื่องสำคัญ
ถ้าไม่มีเงินจ่ายจริง ๆ ควรทำอย่างไร?
หากรู้ว่าเงินในบัญชีไม่เพียงพอ สิ่งที่ควรทำคือ อย่าหายหรือหลีกเลี่ยงการติดต่อกับเจ้าหนี้
ควรพยายามเจรจาและหาทางแก้ไข เช่น
ขอเลื่อนกำหนดชำระ
ขอผ่อนชำระ
ชำระเงินบางส่วน
ขอเปลี่ยนวิธีการชำระหนี้
ทำข้อตกลงชำระหนี้เป็นลายลักษณ์อักษร
หากมีการตกลงกัน ควรเก็บหลักฐานไว้ทุกครั้ง
เพราะในกรณีที่เกิดข้อพิพาทภายหลัง หลักฐานการเจรจาและการชำระเงินอาจมีความสำคัญต่อการพิจารณาคดี
จ่ายเงินหลังเช็คเด้งแล้ว คดีจบหรือไม่?
ไม่ควรเข้าใจว่าจ่ายเงินแล้วคดีจะจบโดยอัตโนมัติในทุกกรณี
ต้องดูว่าคดีอยู่ในขั้นตอนใด และคู่กรณีตกลงกันอย่างไร
หากมีการแจ้งความแล้ว หรือคดีเข้าสู่ศาลแล้ว การชำระเงินควรดำเนินการเกี่ยวกับคดีให้ถูกต้องตามขั้นตอนด้วย
ดังนั้น หากจะจ่ายเงินเพื่อยุติคดี ควรมีหลักฐานให้ชัดเจนว่า
“ชำระเงินจำนวนเท่าใด และคู่กรณีตกลงให้ดำเนินการเกี่ยวกับคดีอย่างไร”
ถ้าถูกฟ้องคดีเช็ค ต้องทำอย่างไร?
หากได้รับหมายศาล อย่าปล่อยทิ้งไว้
ควรตรวจสอบทันทีว่า
1. ฟ้องเรื่องเช็คฉบับใด
ดูเลขที่เช็ค วันที่ออกเช็ค จำนวนเงิน และเอกสารจากธนาคาร
2. เช็คออกเพื่อชำระหนี้อะไร
ตรวจสอบสัญญา ใบเสร็จ หลักฐานการซื้อขาย หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง
3. มีการชำระเงินไปแล้วหรือไม่
รวบรวมสลิปโอนเงิน รายการเดินบัญชี และใบรับเงิน
4. เช็คถูกออกเพื่อเป็นหลักประกันหรือไม่
หากเป็นเช็คประกันหนี้ ต้องตรวจสอบข้อตกลงและเงื่อนไขในการนำเช็คไปเรียกเก็บเงิน
5. ตรวจสอบกำหนดเวลาทางคดี
คดีเช็คมีประเด็นเรื่องกำหนดเวลาที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะความผิดอันยอมความได้ จึงไม่ควรปล่อยเรื่องไว้นาน
เช็คเด้งแล้วควรเก็บเอกสารอะไร?
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ ควรเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ เช่น
เช็คฉบับจริง
ใบคืนเช็คจากธนาคาร
สัญญาที่เกี่ยวข้อง
หลักฐานการโอนเงิน
รายการเดินบัญชี
ใบเสร็จรับเงิน
หนังสือทวงถาม
ข้อความสนทนา
ข้อตกลงผ่อนชำระ
หนังสือรับสภาพหนี้
หมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง หากมีการฟ้องคดี
เอกสารเหล่านี้ช่วยให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงของคดีได้อย่างครบถ้วนมากขึ้น
อย่าคิดว่า “ไม่มีเงินจ่าย = ต้องติดคุก”
ประเด็นสำคัญคือ คดีเช็คไม่ควรพิจารณาจากคำว่า “เช็คเด้ง” เพียงคำเดียว
ต้องดูข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเช็คออกมาอย่างไร มีวัตถุประสงค์อะไร มีหนี้จริงหรือไม่ มีการผิดนัดอย่างไร และพฤติการณ์ทั้งหมดเข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายหรือไม่
หากถูกฟ้อง จำเลยมีสิทธินำพยานหลักฐานเข้าสู่การพิจารณาของศาลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงของตน
สรุป
เช็คเด้ง แต่ไม่มีเงินจ่าย ต้องติดคุกหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ใช่ว่าเช็คเด้งแล้วจะต้องติดคุกทุกกรณี
ต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายและข้อเท็จจริงของแต่ละคดี หากเกิดเช็คเด้ง ผู้เกี่ยวข้องควรรีบตรวจสอบสาเหตุ เก็บหลักฐาน ติดต่อเจรจา และหากได้รับหมายศาลควรรีบปรึกษาทนายความ
จำง่าย ๆ ว่า
เช็คเด้งไม่ได้ติดคุกทันที
แต่ เช็คเด้งแล้วปล่อยเรื่องไว้โดยไม่ตรวจสอบสิทธิและกำหนดเวลา อาจทำให้เสียโอกาสในการแก้ไขปัญหาและต่อสู้คดี
บทความโดย
ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา)
ให้คำปรึกษาและดำเนินคดีเกี่ยวกับ คดีเช็ค คดีแพ่ง คดีอาญา หนี้สิน และข้อพิพาททางสัญญา โดยพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นรายกรณี

