ผู้เช่าซื้อมีสิทธิอะไรบ้างตามสัญญาเช่าซื้อ?

การเช่าซื้อรถยนต์ไม่ได้หมายความว่าผู้เช่าซื้อมีเพียงหน้าที่ต้องผ่อนค่างวดเท่านั้น แต่ผู้เช่าซื้อยังมี สิทธิหลายประการตามสัญญาเช่าซื้อและกฎหมาย ที่ควรรู้ โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดปัญหากับไฟแนนซ์ เช่น ค้างชำระค่างวด ถูกติดตามทวงถาม ถูกบอกเลิกสัญญา หรือมีการนำรถไปขายทอดตลาด

ดังนั้น ผู้ที่กำลังผ่อนรถยนต์ควรทราบว่า ผู้เช่าซื้อมีสิทธิอะไรบ้าง และสิทธิเหล่านั้นใช้ได้ในกรณีใด

1. มีสิทธิครอบครองและใช้รถตามสัญญา

เมื่อทำสัญญาเช่าซื้อและได้รับมอบรถแล้ว ผู้เช่าซื้อมีสิทธิครอบครองและใช้ประโยชน์จากรถยนต์ตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา

อย่างไรก็ตาม กรรมสิทธิ์ในรถยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อจนกว่าผู้เช่าซื้อจะปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาจนครบถ้วน

ดังนั้นจึงควรแยกให้ออกระหว่าง

“สิทธิครอบครองและใช้รถ” กับ “กรรมสิทธิ์ในรถ”

2. มีสิทธิได้รับข้อมูลและเอกสารเกี่ยวกับสัญญา

ผู้เช่าซื้อควรได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเช่าซื้อ เช่น สัญญาเช่าซื้อ ตารางค่างวด และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับภาระการชำระเงิน

เอกสารเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะเป็นหลักฐานในการตรวจสอบว่า ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องชำระเงินจำนวนเท่าใด ชำระเมื่อใด และมีเงื่อนไขอย่างไร

3. มีสิทธิชำระค่างวดตามเงื่อนไขของสัญญา

เมื่อผู้เช่าซื้อปฏิบัติตามสัญญาและชำระค่างวดตามกำหนด ผู้ให้เช่าซื้อย่อมต้องปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของตนตามสัญญาเช่นกัน

ผู้เช่าซื้อจึงควรเก็บหลักฐานการชำระเงินทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จ สลิปโอนเงิน หรือหลักฐานการชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

4. มีสิทธิขอปิดบัญชีก่อนครบกำหนดตามเงื่อนไขที่กฎหมายและสัญญากำหนด

ในกรณีที่ผู้เช่าซื้อมีเงินและต้องการชำระหนี้ทั้งหมดก่อนครบกำหนด ผู้เช่าซื้อสามารถสอบถามยอดปิดบัญชีและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องจากผู้ให้เช่าซื้อได้

ก่อนชำระเงินควรขอเอกสารแสดงยอดปิดบัญชีให้ชัดเจน เพื่อให้ทราบว่าต้องชำระเป็นจำนวนเท่าใด และมีค่าใช้จ่ายใดรวมอยู่ในยอดดังกล่าว

5. มีสิทธิได้รับกรรมสิทธิ์เมื่อชำระครบตามสัญญา

สิทธิสำคัญของผู้เช่าซื้อคือ เมื่อผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนและปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาแล้ว ย่อมมีสิทธิได้รับกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ตามหลักของสัญญาเช่าซื้อ

กล่าวง่าย ๆ คือ

ผ่อนครบตามสัญญา → สิทธิในกรรมสิทธิ์รถจึงสมบูรณ์ตามเงื่อนไขของสัญญา

6. มีสิทธิตรวจสอบยอดหนี้และประวัติการชำระเงิน

หากผู้เช่าซื้อไม่แน่ใจว่าตนเองค้างชำระกี่งวด หรือยอดหนี้คงเหลือเท่าใด สามารถขอข้อมูลจากผู้ให้เช่าซื้อเพื่อตรวจสอบได้

โดยเฉพาะกรณีที่ผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือทวงถามและเห็นว่ายอดหนี้ไม่ตรงกับที่ตนเองชำระไป ควรตรวจสอบหลักฐานการชำระเงินกับข้อมูลของผู้ให้เช่าซื้อก่อน

7. มีสิทธิได้รับการปฏิบัติตามขั้นตอนเมื่อเกิดการผิดนัด

การที่ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ได้หมายความว่าผู้ให้เช่าซื้อสามารถดำเนินการกับรถยนต์ได้โดยไม่ต้องพิจารณาเงื่อนไขใด ๆ

การบอกเลิกสัญญา การติดตามรถคืน และการเรียกร้องค่าเสียหาย ต้องพิจารณาตาม สัญญาและกฎหมายที่ใช้บังคับกับสัญญานั้น

ดังนั้น หากผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือแจ้งจากไฟแนนซ์ ควรอ่านรายละเอียดและตรวจสอบว่าดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องหรือไม่

8. มีสิทธิได้รับการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการกับรถตามกรณี

หากเกิดกรณีที่ไฟแนนซ์ดำเนินการยึดหรือรับรถคืน แล้วนำไปขายทอดตลาด ผู้เช่าซื้อควรตรวจสอบเอกสารและรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าว

โดยเฉพาะกรณีที่ภายหลังมีการเรียกเก็บ ค่าส่วนต่างหรือค่าขาดราคา ผู้เช่าซื้อไม่ควรยอมรับยอดเรียกเก็บโดยอัตโนมัติ แต่ควรตรวจสอบที่มาของยอดหนี้และเอกสารประกอบก่อน

9. มีสิทธิโต้แย้งหนี้ที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง

หากผู้เช่าซื้อเห็นว่ายอดหนี้ที่ไฟแนนซ์เรียกเก็บไม่ถูกต้อง หรือมีการคำนวณเงินที่ไม่ตรงกับหลักฐานที่ตนมี ผู้เช่าซื้อสามารถสอบถามและโต้แย้งข้อมูลดังกล่าวได้

ตัวอย่างเช่น

  • ชำระเงินแล้วแต่ยังถูกเรียกเก็บ

  • จำนวนงวดค้างไม่ตรงกัน

  • ยอดหนี้ไม่ตรงกับหลักฐาน

  • มีการเรียกค่าใช้จ่ายที่ผู้เช่าซื้อไม่เข้าใจ

  • ถูกเรียกค่าส่วนต่างหลังขายทอดตลาดโดยไม่ทราบรายละเอียด

กรณีมีข้อพิพาท ควรเก็บเอกสารและหลักฐานทั้งหมดไว้เพื่อใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

10. มีสิทธิต่อสู้คดีหากถูกฟ้อง

หากไฟแนนซ์หรือผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องนำคดีมาฟ้องต่อศาล ผู้เช่าซื้อมีสิทธิเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีและยกข้อต่อสู้ตามข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้

ตัวอย่างประเด็นที่อาจต้องตรวจสอบ เช่น

  • จำนวนหนี้ที่โจทก์เรียกร้อง

  • ประวัติการชำระเงิน

  • การผิดนัด

  • การบอกเลิกสัญญา

  • การคืนหรือยึดรถ

  • การขายทอดตลาด

  • วิธีคำนวณค่าส่วนต่าง

  • อายุความ

  • เงื่อนไขในสัญญา

การได้รับหมายศาลไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะการไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายอาจกระทบต่อสิทธิในการต่อสู้คดี

ผู้เช่าซื้อไม่ได้มีแต่ “หน้าที่ต้องผ่อน”

สิ่งสำคัญที่ผู้เช่าซื้อควรรู้คือ สัญญาเช่าซื้อเป็นสัญญาที่กำหนด ทั้งสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา

ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ชำระเงินตามสัญญา แต่ในขณะเดียวกันก็มีสิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติตามสัญญาและกฎหมายเช่นเดียวกัน

ดังนั้น หากเกิดปัญหากับไฟแนนซ์ อย่าเพิ่งสรุปว่า

“เป็นหนี้ไฟแนนซ์ = ต้องยอมทุกอย่าง”

ควรตรวจสอบก่อนว่า สิ่งที่ถูกเรียกร้องหรือดำเนินการนั้น ตรงกับสัญญา หลักฐาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่

สรุป

ผู้เช่าซื้อรถยนต์มีสิทธิสำคัญหลายประการ เช่น สิทธิครอบครองและใช้รถตามสัญญา สิทธิได้รับข้อมูลและเอกสาร สิทธิตรวจสอบยอดหนี้ สิทธิชำระหนี้และปิดบัญชีตามเงื่อนไข สิทธิได้รับกรรมสิทธิ์เมื่อชำระครบ และสิทธิในการโต้แย้งหรือต่อสู้คดีเมื่อเกิดข้อพิพาท

อย่างไรก็ตาม สิทธิของผู้เช่าซื้อในแต่ละกรณีอาจแตกต่างกันตาม รายละเอียดของสัญญา ข้อเท็จจริง และกฎหมายที่ใช้บังคับ จึงไม่ควรใช้หลักเดียวกันกับทุกกรณี

หากมีปัญหาเกี่ยวกับ ค้างค่างวดรถ ไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญา ยึดรถ คืนรถ ขายทอดตลาด หรือเรียกค่าส่วนต่าง ควรนำสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบก่อนตัดสินใจดำเนินการ


บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้น การใช้สิทธิหรือการดำเนินคดีควรพิจารณาข้อเท็จจริงและเอกสารของแต่ละกรณีประกอบกัน