ผู้เช่าซื้อผิดสัญญา หมายความว่าอย่างไร?
ผู้เช่าซื้อผิดสัญญา หมายถึง การที่ผู้เช่าซื้อไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ เช่น ไม่ชำระค่างวดตามกำหนด หรือฝ่าฝืนเงื่อนไขสำคัญเกี่ยวกับการใช้หรือครอบครองทรัพย์สิน
สำหรับกรณี เช่าซื้อรถยนต์ การผิดสัญญาอาจนำไปสู่การทวงถาม การบอกเลิกสัญญา การรับรถคืน ตลอดจนข้อพิพาทเกี่ยวกับหนี้หรือค่าเสียหาย ดังนั้น ผู้เช่าซื้อจึงควรเข้าใจว่าอะไรถือเป็นการผิดสัญญา และเมื่อเกิดการผิดสัญญาแล้วจะมีผลอย่างไร
ตัวอย่างการผิดสัญญาเช่าซื้อรถยนต์
การผิดสัญญาไม่ได้มีเพียงการ “ไม่จ่ายค่างวด” เท่านั้น แต่ต้องพิจารณาเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาด้วย ตัวอย่างเช่น
1. ไม่ชำระค่างวดตามกำหนด
เป็นกรณีที่พบได้บ่อยที่สุด เช่น สัญญากำหนดให้ชำระค่างวดทุกวันที่ 5 ของเดือน แต่ผู้เช่าซื้อไม่ชำระภายในกำหนด
การค้างชำระอาจทำให้เกิดดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย หรือผลทางสัญญาตามที่กฎหมายและสัญญากำหนด
2. ชำระค่างวดไม่ครบถ้วน
แม้จะมีการชำระเงินเข้ามาบางส่วน แต่หากไม่ครบจำนวนที่ต้องชำระ ก็อาจถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตามสัญญาได้ ทั้งนี้ ต้องพิจารณารายละเอียดของสัญญาและการรับชำระเงินประกอบด้วย
3. นำรถไปใช้ผิดเงื่อนไขของสัญญา
หากสัญญากำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ และผู้เช่าซื้อฝ่าฝืนเงื่อนไขดังกล่าว อาจเป็นประเด็นการผิดสัญญาได้
จึงควรตรวจสอบข้อความในสัญญาว่ากำหนดข้อจำกัดหรือหน้าที่ของผู้เช่าซื้อไว้อย่างไร
4. นำรถไปขาย โอน หรือจัดการโดยไม่ได้รับอนุญาต
ในระหว่างที่เช่าซื้อ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ยังอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจึงไม่ควรนำรถไปขาย โอน หรือกระทำการใดที่เป็นการกระทบต่อสิทธิของเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
กรณีดังกล่าวอาจก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายมากกว่าการผิดนัดชำระค่างวดเพียงอย่างเดียว
5. ฝ่าฝืนเงื่อนไขอื่นที่ระบุไว้ในสัญญา
สัญญาเช่าซื้อแต่ละฉบับอาจกำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาแตกต่างกัน ผู้เช่าซื้อจึงควรอ่านสัญญาให้ละเอียดว่า มีเงื่อนไขใดที่ต้องปฏิบัติหรือห้ามกระทำ
เมื่อผู้เช่าซื้อผิดสัญญา จะเกิดอะไรขึ้น?
การผิดสัญญาไม่ได้หมายความว่าไฟแนนซ์สามารถดำเนินการทุกอย่างกับผู้เช่าซื้อได้ทันทีโดยไม่มีขั้นตอน แต่ต้องพิจารณาว่า การผิดสัญญานั้นเป็นกรณีใด สัญญากำหนดไว้อย่างไร และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดขั้นตอนหรือข้อจำกัดไว้อย่างไร
โดยทั่วไป เมื่อเกิดปัญหาการผิดนัด อาจมีการดำเนินการ เช่น
ทวงถาม → แจ้งการผิดนัด → ดำเนินการตามเงื่อนไขของสัญญา → บอกเลิกสัญญาในกรณีที่มีสิทธิ → รับรถคืน/ดำเนินการเกี่ยวกับรถ → เรียกร้องหนี้หรือค่าเสียหายตามสิทธิ
รายละเอียดในแต่ละขั้นตอนไม่ควรสรุปจากจำนวนงวดที่ค้างเพียงอย่างเดียว
ค้างค่างวดกี่งวดจึงถือว่าผิดสัญญา?
คำถามนี้เป็นคำถามที่พบได้บ่อย แต่ไม่ควรตอบโดยใช้ตัวเลขเดียวกับทุกสัญญา
เพราะต้องพิจารณา สัญญาเช่าซื้อ ข้อกำหนดเกี่ยวกับการผิดนัด และกฎหมายหรือประกาศที่ใช้บังคับกับสัญญานั้น
ดังนั้น หากมีการค้างชำระ 1 งวด 2 งวด หรือ 3 งวด ควรตรวจสอบก่อนว่าผลทางกฎหมายของการค้างชำระดังกล่าวเป็นอย่างไร และผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิดำเนินการถึงขั้นใดแล้ว
ผิดสัญญาแล้ว ไฟแนนซ์ยึดรถได้เลยหรือไม่?
ไม่ควรเข้าใจว่า “ผิดนัด = ไฟแนนซ์มีสิทธิยึดรถได้ทันทีทุกกรณี”
การรับรถคืนหรือการดำเนินการเกี่ยวกับรถต้องพิจารณาตามสัญญา กฎหมาย และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
หากมีเจ้าหน้าที่ติดตามทวงถามหรือมีการแจ้งว่าจะดำเนินการยึดรถ ผู้เช่าซื้อควรตรวจสอบเอกสารและสถานะของสัญญาก่อนว่า ขณะนั้นมีการดำเนินการถึงขั้นใดแล้ว
คืนรถแล้ว หนี้จบหรือไม่?
การคืนรถไม่ได้หมายความว่าหนี้จะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติในทุกกรณี
หลังจากมีการรับรถคืน อาจมีขั้นตอนเกี่ยวกับการขายรถและการคำนวณความเสียหายหรือหนี้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง สัญญา และกฎหมาย
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจคืนรถ ควรสอบถามและตรวจสอบให้ชัดเจนว่า การคืนรถจะมีผลต่อภาระของผู้เช่าซื้ออย่างไร
หากไฟแนนซ์เรียกค่าส่วนต่าง ต้องตรวจสอบอะไร?
หากรถถูกนำไปขายทอดตลาดแล้วไฟแนนซ์เรียกเก็บเงินเพิ่มเติมจากผู้เช่าซื้อ ไม่ควรพิจารณาเพียงตัวเลขยอดหนี้ที่แจ้งมา
ควรตรวจสอบอย่างน้อยว่า
สัญญาเช่าซื้อกำหนดไว้อย่างไร
ผู้เช่าซื้อผิดนัดเมื่อใด
มีการบอกเลิกสัญญาหรือไม่
รถถูกส่งคืนหรือถูกติดตามคืนอย่างไร
รถถูกขายเมื่อใด
ราคาที่ขายได้เท่าใด
มีค่าใช้จ่ายใดนำมาคำนวณ
ยอดที่เรียกร้องคำนวณจากอะไร
มีเอกสารหลักฐานประกอบหรือไม่
เพราะ ยอดที่ไฟแนนซ์เรียก ไม่ได้หมายความว่าเป็นยอดที่ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดเสมอไปโดยไม่ต้องตรวจสอบ
หากได้รับหมายศาลจากไฟแนนซ์ ควรทำอย่างไร?
หากผู้เช่าซื้อถูกฟ้องคดีเกี่ยวกับหนี้จากสัญญาเช่าซื้อ ไม่ควรเพิกเฉยต่อหมายศาล
ควรนำเอกสาร เช่น
สัญญาเช่าซื้อ
ตารางค่างวด
หลักฐานการชำระเงิน
หนังสือทวงถาม
หนังสือบอกเลิกสัญญา
หลักฐานการคืนรถ
เอกสารการขายทอดตลาด
หนังสือเรียกค่าส่วนต่าง
ไปตรวจสอบเพื่อพิจารณาสิทธิและข้อต่อสู้ตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
สรุป
ผู้เช่าซื้อผิดสัญญา คือ การที่ผู้เช่าซื้อไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อ เช่น การไม่ชำระค่างวด การชำระไม่ครบ หรือการฝ่าฝืนเงื่อนไขอื่นในสัญญา
เมื่อเกิดการผิดสัญญา ผลที่จะตามมาไม่ได้มีเพียงการถูกทวงถาม แต่ในบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับ การบอกเลิกสัญญา การคืนรถ การขายทอดตลาด และการเรียกร้องหนี้หรือค่าเสียหาย
สิ่งสำคัญคือ อย่าเพิ่งสรุปว่าผิดสัญญาแล้วจะต้องเสียเงินตามที่ไฟแนนซ์เรียกทั้งหมด ควรตรวจสอบสัญญา เอกสาร หลักฐานการชำระเงิน และขั้นตอนการดำเนินการของผู้ให้เช่าซื้อก่อน
บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้น การใช้สิทธิหรือการดำเนินคดีควรพิจารณาข้อเท็จจริง เอกสาร และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี

