เปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อหรือโอนสิทธิในสัญญาเช่าซื้อได้หรือไม่?
หลายคนที่กำลังผ่อนรถยนต์อาจมีเหตุจำเป็นต้องการให้บุคคลอื่นเข้ามารับช่วงผ่อนต่อ เช่น ต้องการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อเนื่องจากไม่สามารถผ่อนต่อได้ ย้ายงาน มีภาระทางการเงิน หรือมีบุคคลอื่นต้องการใช้รถและรับผิดชอบค่างวดแทน
คำถามที่พบบ่อยคือ “สามารถเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อได้หรือไม่?” หรือ “สามารถโอนสัญญาเช่าซื้อให้คนอื่นผ่อนต่อได้หรือไม่?”
คำตอบคือ สามารถดำเนินการได้ในบางกรณี แต่ต้องได้รับความยินยอมและดำเนินการตามขั้นตอนของผู้ให้เช่าซื้อหรือไฟแนนซ์ ไม่ใช่การตกลงกันเองระหว่างผู้เช่าซื้อเดิมกับผู้รับช่วงแล้วจะทำให้ผู้รับช่วงกลายเป็นคู่สัญญากับไฟแนนซ์โดยอัตโนมัติ
การโอนสิทธิในสัญญาเช่าซื้อ คืออะไร?
การโอนสิทธิในสัญญาเช่าซื้อ คือ การที่ผู้เช่าซื้อเดิมต้องการโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาให้บุคคลอื่นเข้ามาเป็นผู้เช่าซื้อแทน โดยผู้รับโอนจะต้องผ่านเงื่อนไขและขั้นตอนที่ผู้ให้เช่าซื้อกำหนด
ในทางปฏิบัติ มักเรียกว่า
“โอนสัญญา” หรือ “เปลี่ยนผู้เช่าซื้อ”
ตัวอย่างเช่น นาย ก. ผ่อนรถกับไฟแนนซ์อยู่ 30 งวด และไม่ต้องการผ่อนต่อ จึงต้องการให้นาย ข. รับช่วงผ่อนรถต่อ
การที่นาย ก. กับนาย ข. ตกลงกันเองว่า “นาย ข. จะเป็นคนผ่อนต่อ” ไม่ได้ทำให้นาย ข. กลายเป็นผู้เช่าซื้อแทนนาย ก. โดยอัตโนมัติ
ต้องดำเนินการกับไฟแนนซ์และได้รับความยินยอมตามขั้นตอนที่กำหนดก่อน
เปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อได้หรือไม่?
โดยหลักสามารถทำได้ หากผู้ให้เช่าซื้ออนุมัติและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด
แต่ไฟแนนซ์อาจกำหนดคุณสมบัติของผู้รับโอน เช่น ตรวจสอบรายได้ ประวัติการชำระหนี้ ความสามารถในการชำระค่างวด และเอกสารต่าง ๆ ก่อนพิจารณาอนุมัติ
ตัวอย่างเช่น ธนาคารบางแห่งกำหนดคุณสมบัติของผู้โอนและผู้รับโอน รวมถึงจำนวนงวดที่ต้องชำระมาแล้ว การไม่มีค้างชำระ และเอกสารประกอบการโอนสิทธิ
ดังนั้น ไม่ใช่ทุกกรณีที่ผู้เช่าซื้อจะสามารถขอเปลี่ยนชื่อได้ทันที
ถ้าตกลงกันเองว่าให้คนอื่นผ่อนต่อได้หรือไม่?
ควรระมัดระวังอย่างมาก
ตัวอย่างเช่น นาย ก. เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์กับไฟแนนซ์ แต่ให้นาย ข. นำรถไปใช้และเป็นผู้จ่ายค่างวดแทน โดยทั้งสองคนทำเพียงสัญญากันเองว่า นาย ข. จะรับผิดชอบค่างวดทั้งหมด
กรณีนี้ นาย ก. อาจยังคงเป็นผู้มีหน้าที่ตามสัญญากับไฟแนนซ์ หากไฟแนนซ์ไม่ได้ยินยอมให้มีการโอนสิทธิ
มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักว่า การที่ผู้เช่าซื้อโอนสิทธิการเช่าซื้อให้บุคคลอื่น โดยผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้ตกลงด้วย เป็นการโอนสิทธิที่ไม่ชอบและไม่ผูกพันผู้ให้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อเดิมจึงยังคงต้องรับผิดต่อผู้ให้เช่าซื้อตามสัญญาเดิม
ดังนั้น
“ให้คนอื่นผ่อนแทน” ไม่เท่ากับ “โอนสัญญาเช่าซื้อ”
สองเรื่องนี้มีผลทางกฎหมายแตกต่างกัน
หากต้องการโอนสัญญา ต้องทำอย่างไร?
โดยทั่วไปควรดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ติดต่อไฟแนนซ์
แจ้งความประสงค์ว่าต้องการ โอนสิทธิหรือเปลี่ยนผู้เช่าซื้อ
สอบถามว่าบริษัทเปิดให้โอนสัญญาหรือไม่ และต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
ขั้นตอนที่ 2 ให้ผู้รับโอนยื่นเอกสาร
ผู้รับโอนอาจต้องยื่นเอกสาร เช่น
บัตรประชาชน
ทะเบียนบ้าน
หลักฐานรายได้
เอกสารการทำงาน
เอกสารเกี่ยวกับรถ
เอกสารสัญญาเช่าซื้อเดิม
ทั้งนี้ เอกสารและหลักเกณฑ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละผู้ให้เช่าซื้อ
ขั้นตอนที่ 3 ไฟแนนซ์พิจารณาความสามารถในการชำระหนี้
ไฟแนนซ์อาจตรวจสอบคุณสมบัติและความสามารถในการชำระค่างวดของผู้รับโอน
หากไม่ผ่านเกณฑ์ ไฟแนนซ์อาจไม่อนุมัติการโอนสิทธิ
ขั้นตอนที่ 4 ลงนามในเอกสารโอนสิทธิ
หากได้รับอนุมัติ ผู้เช่าซื้อเดิมและผู้รับโอน รวมถึงผู้ค้ำประกันในกรณีที่เกี่ยวข้อง อาจต้องลงนามในเอกสารตามที่ผู้ให้เช่าซื้อกำหนด
จากนั้นจึงดำเนินการเปลี่ยนผู้เช่าซื้อตามขั้นตอนของบริษัท
ต้องเสียค่าธรรมเนียมโอนสัญญาหรือไม่?
อาจมี ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการโอนสิทธิหรือเปลี่ยนผู้เช่าซื้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทสัญญา ผู้ให้เช่าซื้อ และหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ
ตัวอย่างเช่น ธนาคารบางแห่งมีการกำหนดค่าธรรมเนียมการโอนสิทธิเปลี่ยนผู้เช่าซื้อและค่าเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครอง โดยอัตราค่าธรรมเนียมแตกต่างกันตามวันที่ทำสัญญาและประเภทของลูกค้า
ดังนั้น ก่อนดำเนินการควรถามไฟแนนซ์ให้ชัดเจนว่า
“ต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบ?”
ถ้าไฟแนนซ์อนุมัติแล้ว ผู้เช่าซื้อเดิมพ้นความรับผิดหรือไม่?
หากมีการโอนสิทธิและเปลี่ยนผู้เช่าซื้ออย่างถูกต้องตามขั้นตอนของผู้ให้เช่าซื้อแล้ว ผลทางกฎหมายย่อมแตกต่างจากการที่ผู้เช่าซื้อเดิมเพียงนำรถให้บุคคลอื่นไปผ่อนต่อ
จึงควรเก็บเอกสารยืนยันการโอนสิทธิและเอกสารสัญญาฉบับใหม่ไว้ให้ครบถ้วน
อย่าถือว่าการส่งมอบรถหรือการให้บุคคลอื่นเป็นคนจ่ายค่างวด คือการพ้นจากความรับผิดโดยอัตโนมัติ
ถ้าผู้เช่าซื้อเดิมมีค้างค่างวด สามารถโอนสัญญาได้หรือไม่?
ต้องสอบถามผู้ให้เช่าซื้อเป็นกรณีไป เพราะเงื่อนไขของแต่ละบริษัทอาจแตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น ผู้ให้เช่าซื้อบางรายกำหนดว่าผู้โอนสิทธิต้องไม่มีค่างวดค้างชำระ รวมถึงไม่มีค่าใช้จ่ายหรือหนี้อื่นที่ต้องชำระก่อนเข้าสู่กระบวนการโอนสิทธิ
ดังนั้น หากมีค้างค่างวดอยู่ ไม่ควรนำรถไปให้บุคคลอื่นผ่อนต่อเอง แต่ควรติดต่อไฟแนนซ์เพื่อสอบถามทางเลือกที่ถูกต้องก่อน
สิ่งที่ไม่ควรทำ หากต้องการเปลี่ยนผู้เช่าซื้อ
ไม่ควรทำเพียงแค่
ทำสัญญาซื้อขายรถกันเอง
ส่งมอบรถให้บุคคลอื่น
ให้บุคคลอื่นเป็นผู้จ่ายค่างวด
มอบเล่มทะเบียนหรือเอกสารรถให้บุคคลอื่น
ทำข้อตกลงกันเองว่า “ใครใช้รถ คนนั้นรับผิดชอบหนี้”
โดยไม่ได้ดำเนินการกับไฟแนนซ์
เพราะผู้เช่าซื้อเดิมอาจยังคงมีภาระตามสัญญาเช่าซื้อกับผู้ให้เช่าซื้ออยู่
สรุป
เปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อหรือโอนสิทธิในสัญญาเช่าซื้อสามารถทำได้ในบางกรณี แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าซื้อและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด
การตกลงกันเองระหว่างผู้เช่าซื้อเดิมกับผู้รับช่วงว่าให้ “ผ่อนต่อ” ไม่ได้ทำให้ผู้รับช่วงกลายเป็นผู้เช่าซื้อแทนโดยอัตโนมัติ และผู้เช่าซื้อเดิมอาจยังคงต้องรับผิดตามสัญญาเดิม
ดังนั้น หากต้องการโอนรถที่ยังติดไฟแนนซ์ ควร ติดต่อไฟแนนซ์ก่อนส่งมอบรถและก่อนทำข้อตกลงกับบุคคลอื่น เพื่อให้ทราบว่ามีช่องทางโอนสิทธิหรือเปลี่ยนผู้เช่าซื้อหรือไม่ และต้องดำเนินการอย่างไร
บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้น หลักเกณฑ์การโอนสิทธิและค่าใช้จ่ายอาจแตกต่างกันตามสัญญาและผู้ให้เช่าซื้อ การดำเนินการในแต่ละกรณีควรตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริงประกอบ

