ไฟแนนซ์โทรทวงหนี้ทุกวัน ทำอย่างไร? ลูกหนี้มีสิทธิอะไรบ้าง?
ไฟแนนซ์โทรทวงหนี้ทุกวัน ทำอย่างไร? เป็นปัญหาที่ผู้เช่าซื้อรถหลายคนพบเมื่อเริ่มค้างค่างวด โดยเฉพาะผู้ที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินและยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ครบตามกำหนด
แม้ไฟแนนซ์หรือเจ้าหนี้จะมีสิทธิติดตามทวงถามหนี้ แต่การติดตามหนี้ต้องดำเนินการ ภายใต้หลักเกณฑ์และข้อจำกัดตามกฎหมายทวงถามหนี้
ดังนั้น หากถูกโทรติดตามทุกวัน สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่งตกใจ และควรแยกให้ออกว่า การโทรติดตามหนี้เป็นการทวงถามตามปกติ หรือมีพฤติกรรมที่อาจเกินขอบเขตของกฎหมาย
ไฟแนนซ์มีสิทธิโทรทวงหนี้หรือไม่?
โดยทั่วไป เจ้าหนี้มีสิทธิติดตามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ที่ถึงกำหนดได้
ดังนั้น การที่ไฟแนนซ์โทรศัพท์มาแจ้งว่า
มีค่างวดค้างชำระ
มียอดหนี้เท่าใด
ให้ชำระภายในกำหนด
สอบถามความสามารถในการชำระหนี้
ไม่ได้หมายความว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเพียงเพราะมีการโทรทวงหนี้
แต่การติดตามทวงถามต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและไม่ควรใช้วิธีการที่ละเมิดสิทธิของลูกหนี้
โทรทวงหนี้ทุกวัน ผิดกฎหมายหรือไม่?
คำว่า “โทรทุกวัน” เพียงอย่างเดียว ไม่ควรรีบสรุปว่าผิดกฎหมายทันที
ต้องพิจารณารายละเอียดของการติดต่อด้วย เช่น
โทรในช่วงเวลาใด
โทรบ่อยเพียงใด
พูดจาอย่างไร
มีการข่มขู่หรือไม่
มีการดูหมิ่นหรือใช้ถ้อยคำรุนแรงหรือไม่
เปิดเผยเรื่องหนี้ให้บุคคลอื่นทราบหรือไม่
ติดต่อบุคคลอื่นโดยไม่เหมาะสมหรือไม่
ดังนั้น หากถูกโทรทุกวัน ควร บันทึกวัน เวลา หมายเลขโทรศัพท์ และเนื้อหาการสนทนา เพื่อใช้ตรวจสอบพฤติกรรมการติดตามหนี้
ถ้าเจ้าหน้าที่โทรมาข่มขู่ว่า “ไม่จ่ายจะยึดรถ”
กรณีนี้ควรแยกเป็น 2 ประเด็น
ประเด็นแรก คือเรื่องหนี้
ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ชำระค่างวดตามสัญญา หากผิดนัด ไฟแนนซ์สามารถใช้สิทธิตามกฎหมายและสัญญาได้
ประเด็นที่สอง คือวิธีการทวงถาม
การที่เจ้าหน้าที่แจ้งผลทางกฎหมายหรือแจ้งว่าหากไม่ชำระอาจดำเนินการตามสิทธิ กับการใช้คำพูดข่มขู่ คุกคาม หรือทำให้เกิดความหวาดกลัวโดยไม่ชอบ เป็นคนละเรื่องกัน
หากสงสัยว่าการติดตามหนี้เกินขอบเขต ควรเก็บหลักฐานการสนทนาและเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้
ไฟแนนซ์โทรหาคนในครอบครัวได้หรือไม่?
เรื่องนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ลูกหนี้ควรแยกให้ออกระหว่าง การติดต่อบุคคลที่ลูกหนี้ระบุไว้เพื่อใช้ในการติดต่อ กับการนำเรื่องหนี้ไปเปิดเผยแก่บุคคลอื่น
การทวงถามหนี้ไม่ควรนำข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ไปเปิดเผยหรือทำให้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องรับรู้โดยไม่ชอบ
หากพบว่าไฟแนนซ์โทรไปหาญาติ เพื่อน นายจ้าง หรือบุคคลอื่น พร้อมเปิดเผยว่าลูกหนี้มีหนี้หรือค้างชำระ ควรเก็บหลักฐานไว้ตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
ถ้าโทรมาหลายครั้งจนรบกวนการทำงาน ควรทำอย่างไร?
สิ่งแรกที่ควรทำคือ แจ้งไฟแนนซ์อย่างชัดเจนว่าต้องการให้ติดต่อผ่านช่องทางใดและช่วงเวลาใด
ตัวอย่างเช่น
“ขณะนี้ได้รับทราบยอดค้างแล้ว และกำลังดำเนินการหาทางชำระ ขอให้ติดต่อผ่านช่องทางนี้ และขอรายละเอียดหนี้เป็นลายลักษณ์อักษร”
จากนั้นเก็บหลักฐานการติดต่อไว้
หากมีการโทรซ้ำในลักษณะที่ผิดปกติหรือมีถ้อยคำข่มขู่ ควรบันทึกข้อมูลทุกครั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากต้องร้องเรียนหรือดำเนินการตามกฎหมาย
ควรรับโทรศัพท์จากไฟแนนซ์หรือไม่?
โดยทั่วไป ไม่ควรหลบเลี่ยงการติดต่อทั้งหมด
เพราะหากมีปัญหาค้างชำระ การพูดคุยกับไฟแนนซ์อาจช่วยให้ทราบสถานะบัญชีและทางเลือกในการแก้ไขปัญหา
แต่ไม่จำเป็นต้องยอมรับทุกยอดหรือทุกข้อเรียกร้องโดยทันที
หากมีข้อสงสัย ควรขอ
ยอดหนี้ปัจจุบัน
จำนวนงวดที่ค้าง
รายละเอียดค่าใช้จ่าย
สถานะของสัญญา
หนังสือแจ้งผิดนัดหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
และควรขอให้ส่งรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษร
ถ้าไฟแนนซ์โทรทวง แต่เรายังไม่มีเงินจ่าย ทำอย่างไร?
ไม่ควรรับปากว่าจะชำระในวันที่ไม่สามารถทำได้จริง เพราะหากผิดนัดซ้ำอาจทำให้การเจรจายุ่งยากขึ้น
ควรแจ้งสถานการณ์ตามความเป็นจริง และสอบถามว่า
“มีแนวทางใดที่จะช่วยให้สามารถกลับมาชำระค่างวดตามปกติได้หรือไม่?”
หากไฟแนนซ์มีมาตรการช่วยเหลือหรือแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ ควรขอรายละเอียดและเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตัดสินใจ
อย่าปล่อยให้ปัญหาจาก “โทรทวงหนี้” กลายเป็น “ถูกบอกเลิกสัญญา”
สิ่งที่น่ากังวลกว่าการได้รับโทรศัพท์ คือการปล่อยให้ค้างชำระต่อเนื่องจนเข้าสู่ขั้นตอนที่มีผลต่อสัญญา
หากยังต้องการใช้รถต่อ ควรดำเนินการโดยเร็ว
ตรวจสอบยอดค้าง → ติดต่อไฟแนนซ์ → เจรจาแนวทางชำระ → เก็บหลักฐาน → ตรวจสอบหนังสือแจ้งต่าง ๆ
หากได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา หนังสือให้ส่งมอบรถ หรือหมายศาล ควรรีบนำเอกสารมาตรวจสอบ ไม่ควรอาศัยเพียงคำพูดทางโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่
หากการทวงหนี้เกินขอบเขต ควรเก็บหลักฐานอะไร?
หากสงสัยว่าการติดตามหนี้ไม่ชอบ ควรเก็บหลักฐานให้มากที่สุด เช่น
ภาพหน้าจอประวัติการโทร
วันและเวลาที่โทร
หมายเลขโทรศัพท์
ข้อความ SMS หรือข้อความแชต
หนังสือทวงถาม
อีเมล
เอกสารจากไฟแนนซ์
หลักฐานว่ามีการติดต่อบุคคลอื่น
บันทึกเนื้อหาการสนทนา
หลักฐานเหล่านี้จะช่วยให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ว่า การติดตามหนี้มีลักษณะอย่างไร และมีการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมายหรือไม่
สรุป
ไฟแนนซ์โทรทวงหนี้ทุกวัน ไม่ได้หมายความว่าการโทรทุกครั้งผิดกฎหมาย ต้องพิจารณาทั้งช่วงเวลา ความถี่ วิธีการพูด การข่มขู่ การเปิดเผยข้อมูล และพฤติการณ์โดยรวม
ในขณะเดียวกัน ลูกหนี้ก็ควรรับผิดชอบในส่วนของหนี้ที่ค้างชำระ และหากยังต้องการรักษารถไว้ ควรรีบติดต่อไฟแนนซ์เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา
หากพบพฤติกรรมการทวงถามหนี้ที่รุนแรง ข่มขู่ คุกคาม หรือเปิดเผยเรื่องหนี้แก่บุคคลอื่นโดยไม่เหมาะสม ควรเก็บหลักฐานไว้ทั้งหมด และนำมาตรวจสอบสิทธิทางกฎหมายก่อนดำเนินการ
บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้น การใช้สิทธิหรือการดำเนินคดีควรพิจารณาข้อเท็จจริง เอกสาร และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี

