ผ่อนรถไม่ไหว ขอปรับโครงสร้างหนี้กับไฟแนนซ์ได้หรือไม่?
เมื่อรายได้ลดลง มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หรือเกิดปัญหาทางการเงินจนเริ่มผ่อนค่างวดรถไม่ไหว หลายคนอาจคิดว่า “เดี๋ยวค้างสักงวดแล้วค่อยคุยกับไฟแนนซ์” แต่ในทางปฏิบัติ การปล่อยให้มีหนี้ค้างโดยไม่ติดต่อเจ้าหนี้ อาจทำให้ปัญหาซับซ้อนขึ้น
คำถามที่พบบ่อยคือ หากยังไม่อยากคืนรถ และต้องการใช้รถต่อ สามารถขอปรับโครงสร้างหนี้กับไฟแนนซ์ได้หรือไม่?
ปรับโครงสร้างหนี้กับไฟแนนซ์ คืออะไร?
การปรับโครงสร้างหนี้ คือ การที่ลูกหนี้และเจ้าหนี้เจรจาเพื่อปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้มากขึ้น
ตัวอย่างเช่น
ขยายระยะเวลาการผ่อนชำระ
ปรับจำนวนเงินค่างวดให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระ
จัดการยอดค้างชำระตามเงื่อนไขที่เจ้าหนี้กำหนด
เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขบางประการของสัญญา
ทำข้อตกลงเกี่ยวกับการชำระหนี้ใหม่
อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างหนี้ไม่ใช่สิทธิที่ลูกหนี้สามารถเรียกร้องให้ไฟแนนซ์ต้องอนุมัติทุกกรณี เงื่อนไขจะขึ้นอยู่กับสถานะของสัญญา ประวัติการชำระหนี้ นโยบายของเจ้าหนี้ และข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้
ผ่อนรถไม่ไหว ควรทำอย่างไร?
สิ่งสำคัญคือ อย่ารอจนค้างหลายงวดแล้วจึงติดต่อไฟแนนซ์
หากเริ่มรู้แล้วว่าค่างวดปัจจุบันเกินความสามารถในการชำระ ควรติดต่อไฟแนนซ์โดยเร็ว และแจ้งสถานการณ์ทางการเงินอย่างตรงไปตรงมา พร้อมสอบถามว่ามีมาตรการช่วยเหลือหรือแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ใดที่สามารถทำได้บ้าง
ก่อนเจรจา ควรเตรียมข้อมูล เช่น
ยอดหนี้หรือยอดคงเหลือโดยประมาณ
จำนวนค่างวดที่ค้างอยู่ (ถ้ามี)
รายได้และค่าใช้จ่ายในปัจจุบัน
จำนวนเงินที่สามารถชำระได้ต่อเดือน
ข้อเสนอที่ต้องการ เช่น ขอลดค่างวดหรือขยายระยะเวลาผ่อน
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้การเจรจามีความชัดเจนมากขึ้น
ถ้าค้างค่างวดแล้ว ยังขอปรับโครงสร้างหนี้ได้หรือไม่?
อาจทำได้ แต่ไม่ควรเหมารวมว่าทุกกรณีจะได้รับอนุมัติ
ต้องพิจารณาว่าในขณะนั้นสัญญายังอยู่ในสถานะใด มีการผิดนัดแล้วหรือไม่ มีหนังสือบอกกล่าวหรือบอกเลิกสัญญาหรือยัง และไฟแนนซ์ดำเนินการทางกฎหมายไปถึงขั้นใดแล้ว
ดังนั้น หากได้รับหนังสือทวงถาม หนังสือบอกกล่าว หรือเอกสารเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาแล้ว ควรรีบตรวจสอบเอกสารและสถานะของสัญญา ไม่ควรพิจารณาเฉพาะคำพูดทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว
ถ้าไฟแนนซ์ไม่ยอมปรับโครงสร้างหนี้ ทำอย่างไร?
หากไฟแนนซ์ไม่อนุมัติการปรับโครงสร้างหนี้ ลูกหนี้ควรพิจารณาทางเลือกอื่นตามสถานการณ์ เช่น
เจรจาขอเงื่อนไขการชำระหนี้รูปแบบอื่น
ตรวจสอบยอดหนี้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ชัดเจน
หากมีเงินก้อน พิจารณาว่าสามารถนำมาลดยอดค้างได้หรือไม่
ตรวจสอบสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อ
หากได้รับหมายศาล ควรรีบตรวจสอบกำหนดเวลาในการดำเนินคดี
หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับยอดหนี้ การบอกเลิกสัญญา หรือค่าขาดราคา ควรให้ทนายตรวจสอบเอกสารก่อนตัดสินใจ
สิ่งที่ควรระวังเมื่อทำข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้
ก่อนลงชื่อในเอกสารใด ๆ ควรอ่านรายละเอียดให้ครบ โดยเฉพาะ
ยอดหนี้ที่นำมาปรับโครงสร้าง
จำนวนเงินที่ต้องชำระ
จำนวนงวดใหม่
ดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
เงื่อนไขกรณีผิดนัดอีกครั้ง
ผลของการผิดนัดตามข้อตกลงใหม่
สถานะของสัญญาเช่าซื้อเดิม
เอกสารหรือสัญญาฉบับใหม่ที่ต้องลงนาม
ไม่ควรดูเพียงว่า “ค่างวดลดลงเหลือเดือนละเท่าไร” แต่ควรดูด้วยว่า ยอดที่ต้องชำระทั้งหมดและเงื่อนไขใหม่เป็นอย่างไร
สรุป
ผ่อนรถไม่ไหว สามารถติดต่อไฟแนนซ์เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้หรือเจรจาเงื่อนไขการชำระหนี้ได้ แต่การอนุมัติและรายละเอียดของมาตรการจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของแต่ละกรณี
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าปล่อยให้ปัญหาค้างค่างวดดำเนินไปโดยไม่ตรวจสอบสถานะ หากยังต้องการรักษารถไว้ใช้ ควรรีบติดต่อไฟแนนซ์เพื่อเจรจา และเก็บหลักฐานการติดต่อและข้อตกลงทุกครั้ง
หากได้รับหนังสือทวงถาม หนังสือบอกเลิกสัญญา หรือหมายศาล ควรนำเอกสารทั้งหมดมาตรวจสอบโดยเร็ว เพราะแนวทางแก้ไขอาจแตกต่างกันไปตามสถานะของสัญญาและขั้นตอนที่ไฟแนนซ์ดำเนินการไปแล้ว
บทความโดย นายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น ทนายความ
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา)

