เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์เข้ามาในบ้านเพื่อเอารถได้หรือไม่?

“ค้างค่างวดรถแล้วไฟแนนซ์มาตามรถที่บ้าน”

“เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์เข้ามาในบ้านเพื่อเอารถไปได้หรือไม่?”

“ถ้ารถจอดอยู่ในรั้วบ้าน ไฟแนนซ์มีสิทธิเข้ามาเอารถเองหรือไม่?”

คำถามเหล่านี้เป็นเรื่องที่ผู้เช่าซื้อควรรู้ เพราะแม้ไฟแนนซ์อาจมีสิทธิตามสัญญาในการเรียกรถคืนเมื่อสัญญาถูกบอกเลิกและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย แต่ สิทธิในการเรียกรถคืนกับสิทธิในการเข้าไปในเคหสถานเป็นคนละประเด็นกัน

ไฟแนนซ์มีสิทธิเข้ามาในบ้านเพื่อเอารถหรือไม่?

โดยหลักแล้ว ไม่ควรเข้าใจว่าไฟแนนซ์มีสิทธิเข้าไปในบ้านหรือพื้นที่ซึ่งผู้อื่นครอบครองโดยพลการ เพียงเพราะผู้เช่าซื้อค้างค่างวดรถ

ต้องพิจารณาเป็นกรณีไปว่า

  • สัญญาเช่าซื้ออยู่ในสถานะใด

  • มีการผิดนัดหรือไม่

  • มีการบอกเลิกสัญญาหรือยัง

  • ไฟแนนซ์มีสิทธิเรียกรถคืนแล้วหรือไม่

  • รถจอดอยู่ที่ใด

  • ผู้ครอบครองสถานที่อนุญาตให้เข้าไปหรือไม่

  • การนำรถออกไปทำโดยได้รับความยินยอมหรือดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายหรือไม่

ดังนั้น การที่ไฟแนนซ์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถตามโครงสร้างของสัญญาเช่าซื้อ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเข้าไปในบ้านของผู้เช่าซื้อหรือบุคคลอื่นได้ตามอำเภอใจ

ถ้ารถจอดอยู่ในรั้วบ้านล่ะ?

กรณีรถจอดอยู่ในบริเวณบ้านหรือพื้นที่ที่มีรั้วกั้น ยิ่งต้องพิจารณาเรื่องการเข้าครอบครองสถานที่และความยินยอมของผู้ครอบครองสถานที่ประกอบด้วย

หากผู้เช่าซื้อไม่ยินยอมให้เข้าไปนำรถออก ไม่ควรเกิดการใช้กำลัง งัดประตู ทำลายสิ่งกีดขวาง หรือบังคับนำรถออกไปเอง

หากมีข้อพิพาทเรื่องสิทธิในรถหรือสิทธิในการครอบครอง ควรดำเนินการตามช่องทางกฎหมายแทนการเผชิญหน้า

ถ้าเจ้าหน้าที่บอกว่า “รถเป็นของไฟแนนซ์ จึงเข้ามาเอาได้”

คำพูดดังกล่าวไม่ควรนำมาใช้สรุปว่าเจ้าหน้าที่มีสิทธิเข้าบ้านได้ทุกกรณี

แม้โครงสร้างของสัญญาเช่าซื้อจะทำให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ยังอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อจนกว่าจะชำระครบตามเงื่อนไข แต่ เรื่องกรรมสิทธิ์ในรถกับเรื่องสิทธิในการเข้าไปในเคหสถานเป็นคนละเรื่องกัน

จึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายก่อนว่าไฟแนนซ์มีสิทธิเรียกรถคืนในขณะนั้นหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไรจึงจะชอบด้วยกฎหมาย

ถ้าผู้เช่าซื้อยอมให้เอารถไป จะเป็นอย่างไร?

หากผู้เช่าซื้อ ยินยอมส่งมอบรถคืน สถานการณ์ย่อมแตกต่างจากกรณีที่มีการบังคับเอารถไปโดยไม่มีความยินยอม

แต่ก่อนส่งมอบรถ ควรตรวจสอบเอกสารให้ชัดเจน โดยเฉพาะ

  • เอกสารรับมอบรถ

  • สถานะของสัญญา

  • ยอดหนี้

  • ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

  • เงื่อนไขภายหลังการคืนรถ

  • การนำรถไปขายหรือจำหน่าย

  • ภาระหนี้ที่อาจยังเหลืออยู่

คืนรถไม่ได้แปลว่าหนี้สิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติในทุกกรณี จึงควรทำความเข้าใจผลทางกฎหมายก่อนลงนามเอกสารใด ๆ

ถ้าเจ้าหน้าที่พยายามเข้ามาเอารถโดยไม่ได้รับอนุญาต ควรทำอย่างไร?

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าใช้กำลังตอบโต้

ควรดำเนินการอย่างปลอดภัย เช่น

  1. แจ้งอย่างชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่

  2. ขอให้แสดงตัวและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

  3. บันทึกภาพหรือวิดีโอเหตุการณ์เท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย

  4. เก็บข้อมูลชื่อบริษัท ชื่อเจ้าหน้าที่ และหมายเลขโทรศัพท์

  5. เก็บข้อความหรือเอกสารที่ได้รับจากไฟแนนซ์

  6. หากเกิดเหตุรุนแรงหรือมีอันตราย ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อระงับเหตุ

  7. หลังเหตุการณ์ ควรนำเอกสารและหลักฐานให้ทนายตรวจสอบ

ทั้งนี้ การบันทึกหลักฐานควรคำนึงถึงความปลอดภัยและกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย

ถ้าไฟแนนซ์มีหมายศาลแล้ว สามารถเข้ามาเอารถได้หรือไม่?

กรณีมีคำสั่งหรือกระบวนการทางศาลแล้ว ต้องแยกพิจารณาตาม ประเภทของคำสั่งหรือกระบวนการบังคับคดี และผู้มีอำนาจดำเนินการ

ไม่ควรเหมารวมว่า “มีหมายศาล” หมายความว่าเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์สามารถเข้าไปเอารถเองได้ทันที เพราะกระบวนการทางศาลและการบังคับคดีมีขั้นตอนและผู้มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย

หากได้รับเอกสารจากศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดี ควรตรวจสอบเอกสารโดยละเอียด

สิ่งที่ผู้เช่าซื้อควรตรวจสอบเมื่อไฟแนนซ์มาตามรถ

หากมีเจ้าหน้าที่มาติดตามรถถึงบ้าน ควรตรวจสอบ 5 เรื่องสำคัญ

1. สัญญายังมีผลอยู่หรือไม่
ตรวจสอบว่ามีการบอกเลิกสัญญาหรือยัง

2. ค้างค่างวดจริงเท่าใด
ขอรายละเอียดบัญชีและยอดค้างชำระ

3. มีหนังสือบอกกล่าวหรือไม่
ตรวจสอบว่ามีหนังสือแจ้งและรายละเอียดอย่างไร

4. รถอยู่ในสถานที่ใด
แยกกรณีรถจอดริมถนน ลานจอดรถ หรืออยู่ภายในบ้าน/พื้นที่ส่วนบุคคล

5. จะคืนรถโดยสมัครใจหรือไม่
หากตกลงคืนรถ ควรอ่านเอกสารและเงื่อนไขให้ละเอียดก่อนลงชื่อ

สรุป

เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ไม่ควรถือว่าการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถทำให้สามารถเข้าไปในบ้านหรือพื้นที่ส่วนบุคคลเพื่อเอารถได้ตามอำเภอใจ

แม้ไฟแนนซ์อาจมีสิทธิเรียกรถคืนเมื่อเข้าเงื่อนไขตามสัญญาและกฎหมาย แต่ วิธีการนำรถคืนต้องพิจารณาแยกต่างหาก โดยเฉพาะเมื่อรถอยู่ภายในบ้านหรือพื้นที่ที่บุคคลอื่นครอบครองและไม่มีความยินยอมให้เข้า

สำหรับผู้เช่าซื้อ หากมีเจ้าหน้าที่มาตามรถถึงบ้าน ควรหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง เก็บหลักฐาน และตรวจสอบสถานะสัญญา รวมถึงเอกสารบอกกล่าวหรือบอกเลิกสัญญาให้ชัดเจน

หากมีการพยายามเข้ามาในบ้านหรือเอารถออกไปโดยที่ผู้ครอบครองไม่ยินยอม และเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในการดำเนินการ ควรรีบขอคำปรึกษาทางกฎหมายเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี


บทความโดย นายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น ทนายความ
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา)