คืนรถให้ไฟแนนซ์แล้ว ยังต้องจ่ายค่างวดที่เหลือหรือไม่?
ผู้เช่าซื้อรถยนต์หลายรายเมื่อประสบปัญหาไม่สามารถผ่อนค่างวดต่อได้ จึงตัดสินใจนำรถไปคืนให้ไฟแนนซ์ และมักเข้าใจว่าเมื่อรถถูกส่งคืนแล้ว ค่างวดที่เหลือทั้งหมดจะต้องจ่ายต่อไปจนหมด หรือในทางกลับกัน บางรายเข้าใจว่า คืนรถแล้วหนี้จบทั้งหมด
ความจริงแล้ว ทั้งสองความเข้าใจอาจไม่ถูกต้องในทุกกรณี เพราะต้องพิจารณารายละเอียดของสัญญาและข้อเท็จจริงตั้งแต่การผิดนัด การบอกเลิกสัญญา การคืนรถ และการนำรถไปจำหน่าย
คืนรถแล้ว ต้องจ่ายค่างวดที่เหลือทั้งหมดหรือไม่?
โดยหลัก ไม่ควรสรุปว่าผู้เช่าซื้อต้องนำค่างวดที่เหลือทุกงวดมาจ่ายต่อทั้งหมดเพียงเพราะมีตัวเลขค่างวดเหลืออยู่ในสัญญา
เมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลง ภาระที่เกิดขึ้นจะต้องพิจารณาตามเหตุและเงื่อนไขของการสิ้นสุดสัญญา รวมถึงความรับผิดที่อาจเกิดขึ้นจากการผิดนัดและการคืนรถ
ดังนั้น หากไฟแนนซ์แจ้งว่า
“คืนรถแล้ว แต่ยังต้องจ่ายค่างวดที่เหลือทั้งหมด”
ผู้เช่าซื้อควรขอรายละเอียดว่า ยอดดังกล่าวเป็นยอดอะไร และคำนวณจากหลักเกณฑ์ใด ไม่ควรดูเพียงจำนวนงวดที่เหลือแล้วสรุปว่าต้องชำระทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
แล้วทำไมคืนรถแล้วจึงยังมีเงินที่ต้องรับผิด?
เพราะการคืนรถกับการชำระหนี้เป็นคนละประเด็นกัน
ตัวอย่างเช่น ผู้เช่าซื้อค้างค่างวดก่อนคืนรถ และภายหลังมีการนำรถไปขาย หากเกิดจำนวนเงินที่ยังคงค้างอยู่หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องแล้ว อาจมีข้อเรียกร้องเกี่ยวกับ ค่าขาดราคา หรือค่าส่วนต่าง ตามสิทธิและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
จึงต้องแยกให้ออกว่าเงินที่ไฟแนนซ์เรียกนั้นเป็น
ค่างวดที่ค้างชำระก่อนคืนรถ
ค่าขาดราคา หรือค่าส่วนต่าง
ค่าใช้จ่ายอื่นตามสัญญาหรือกฎหมาย
หรือยอดอื่นที่ไฟแนนซ์นำมาคำนวณ
แต่ละรายการมีหลักในการพิจารณาแตกต่างกัน
ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ
สมมติว่า ผู้เช่าซื้อเหลือค่างวดตามตารางอีก 30 งวด แต่ไม่สามารถผ่อนต่อได้และคืนรถให้ไฟแนนซ์
การมีค่างวดเหลือ 30 งวด ไม่ได้หมายความโดยตัวมันเองว่าไฟแนนซ์สามารถเรียกเงินเท่ากับค่างวดทั้ง 30 งวดโดยไม่ต้องพิจารณาเหตุการณ์หลังจากนั้น
ต้องตรวจสอบต่อว่า
สัญญาสิ้นสุดลงอย่างไร
มีการผิดนัดก่อนคืนรถหรือไม่
ไฟแนนซ์ได้บอกเลิกสัญญาหรือไม่
รถถูกส่งคืนเมื่อใด
รถถูกนำไปขายหรือจำหน่ายอย่างไร
ได้เงินจากการขายเท่าใด
เงินดังกล่าวถูกนำไปหักกับภาระใด
ยอดเงินที่ไฟแนนซ์เรียกในท้ายที่สุดคำนวณอย่างไร
จึงจะสามารถประเมินได้ว่าผู้เช่าซื้อยังมีภาระต้องรับผิดจำนวนเท่าใด
หากไฟแนนซ์บอกว่า “คืนรถแล้ว แต่ยังต้องจ่ายทุกงวด”
อย่าเพิ่งตอบตกลงหรือเซ็นรับสภาพหนี้โดยไม่ตรวจสอบเอกสาร
ผู้เช่าซื้อควรขอ รายละเอียดการคำนวณยอดหนี้เป็นลายลักษณ์อักษร และเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีไว้ทั้งหมด เช่น
สัญญาเช่าซื้อ
ตารางค่างวด
หลักฐานการชำระเงิน
หนังสือทวงถาม
หนังสือบอกเลิกสัญญา
เอกสารการคืนรถ
เอกสารเกี่ยวกับการขายรถ
รายละเอียดราคาขายรถ
หนังสือเรียกค่าขาดราคา
เอกสารเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากหากภายหลังเกิดข้อพิพาทหรือมีการฟ้องคดีต่อศาล
ถ้าได้รับหมายศาลหลังคืนรถ
หากคืนรถไปแล้วและต่อมาได้รับ หมายศาลจากไฟแนนซ์ อย่าคิดว่าเมื่อไม่มีรถอยู่ในความครอบครองแล้วจึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการ
ควรตรวจสอบคำฟ้องทันทีว่าไฟแนนซ์เรียกร้องเงินในฐานะใด และเรียกเป็นจำนวนเท่าใด พร้อมตรวจสอบเอกสารประกอบและรายละเอียดการคำนวณ
ในคดีลักษณะนี้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ การผิดนัด การบอกเลิกสัญญา การคืนรถ และการจำหน่ายรถ อาจมีความสำคัญต่อการพิจารณาความรับผิดของคู่สัญญา
สรุป
คืนรถให้ไฟแนนซ์แล้ว ไม่ควรสรุปว่าต้องจ่ายค่างวดที่เหลือทั้งหมด และก็ไม่ควรสรุปว่าหนี้สิ้นสุดลงทันที
ต้องตรวจสอบว่าสัญญาสิ้นสุดลงอย่างไร มีหนี้หรือความรับผิดส่วนใดเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการคืนรถ และไฟแนนซ์นำยอดเงินใดมาคำนวณเรียกร้อง
หากได้รับหนังสือเรียกเงิน ค่าขาดราคา ค่าส่วนต่าง หรือค่างวดหลังคืนรถ ควรตรวจสอบเอกสารและรายละเอียดการคำนวณก่อนตัดสินใจชำระเงิน โดยเฉพาะกรณีที่ได้รับหมายศาล ควรรีบดำเนินการภายในกำหนดเวลา
บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
