คืนรถแล้ว แต่ไฟแนนซ์ไม่ออกเอกสารรับรถ ควรทำอย่างไร?

ผู้เช่าซื้อที่ไม่สามารถผ่อนรถต่อได้ บางรายตัดสินใจนำรถไปคืนให้ไฟแนนซ์ แต่เมื่อส่งมอบรถแล้วกลับไม่ได้รับ เอกสารยืนยันการรับรถ หรือได้รับเพียงคำพูดจากเจ้าหน้าที่ว่า “รับรถเรียบร้อยแล้ว”

ปัญหาที่ตามมาคือ หากภายหลังไฟแนนซ์แจ้งว่ายังมีหนี้ หรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการคืนรถ ผู้เช่าซื้ออาจต้องใช้หลักฐานพิสูจน์ว่า ได้ส่งมอบรถคืนให้ไฟแนนซ์แล้วจริง และส่งมอบเมื่อใด

ไฟแนนซ์ไม่ออกเอกสารรับรถ ต้องทำอย่างไร?

หากไฟแนนซ์ไม่ออกใบรับรถให้ ควรพยายามสร้าง หลักฐานการส่งมอบรถให้ได้มากที่สุด ตั้งแต่วันที่คืนรถ

ตัวอย่างหลักฐานที่ควรเก็บ ได้แก่

  • ภาพถ่ายหรือวิดีโอขณะส่งมอบรถ

  • ภาพรถและเลขทะเบียนในวันที่ส่งมอบ

  • ภาพเลขไมล์และสภาพรถ

  • ข้อความ LINE หรือแชตที่ติดต่อกับเจ้าหน้าที่

  • SMS หรืออีเมลที่เกี่ยวข้อง

  • ชื่อและข้อมูลของเจ้าหน้าที่ผู้รับรถ

  • พยานบุคคลที่อยู่ในขณะส่งมอบรถ

  • หลักฐานสถานที่และเวลาที่นำรถไปส่ง

  • เอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบรถ

  • หลักฐานการเดินทางหรือข้อมูลตำแหน่งที่สามารถยืนยันเหตุการณ์ได้

หลักฐานเหล่านี้อาจมีประโยชน์อย่างมากหากภายหลังเกิดข้อพิพาท

ควรส่งข้อความยืนยันการคืนรถหรือไม่?

ควรทำ โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีเอกสารรับรถ

หลังจากส่งมอบรถแล้ว ผู้เช่าซื้ออาจส่งข้อความหรือหนังสือไปยังไฟแนนซ์เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง เช่น

“ตามที่ข้าพเจ้าได้นำรถยนต์ทะเบียน…… ส่งมอบให้แก่บริษัทเมื่อวันที่…… เวลา…… ณ…… ขอให้บริษัทแจ้งยืนยันการรับมอบรถ และขอเอกสารหลักฐานการรับรถไว้เป็นหลักฐานด้วย”

หากไฟแนนซ์ตอบกลับ ย่อมเป็นหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดต่อและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ไม่ควรแต่งเติมข้อเท็จจริงที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ควรระบุเฉพาะวัน เวลา สถานที่ บุคคล และเหตุการณ์ตามความเป็นจริง

หากไฟแนนซ์บอกว่า “ไม่มีใบรับรถ”

ผู้เช่าซื้อควรสอบถามว่า

  • รถถูกส่งมอบให้ใคร

  • ใครเป็นผู้รับรถ

  • รับรถวันที่เท่าใด

  • รับรถที่สถานที่ใด

  • มีเลขที่รับรถหรือเลขอ้างอิงหรือไม่

  • รถถูกนำไปเก็บไว้ที่ใด

  • มีเอกสารการตรวจสภาพรถหรือไม่

หากเป็นไปได้ ควรขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรแทนการพูดคุยทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว

หากคืนรถแล้ว แต่ไฟแนนซ์ภายหลังบอกว่า “ยังไม่ได้รับรถ”

กรณีนี้หลักฐานที่ผู้เช่าซื้อเก็บไว้จะมีความสำคัญอย่างมาก

ต้องพิจารณาว่าในวันที่นำรถไปคืน มีพฤติการณ์ใดบ้างที่แสดงว่ารถถูกส่งมอบให้แก่ตัวแทนหรือบุคคลที่ไฟแนนซ์มอบหมาย เช่น มีเจ้าหน้าที่มารับรถ มีสถานที่รับรถ มีข้อความนัดหมาย หรือมีหลักฐานการส่งมอบ

หากมีหลักฐานหลายส่วนประกอบกัน ก็สามารถนำมาพิจารณาประกอบการพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้

คืนรถแล้ว แต่ยังถูกเรียกค่าขาดราคา

การไม่มีใบรับรถไม่ได้หมายความว่าไฟแนนซ์จะเรียกค่าขาดราคาไม่ได้โดยอัตโนมัติ และในทางกลับกัน การที่ไฟแนนซ์เรียกค่าขาดราคาก็ไม่ได้หมายความว่ายอดที่เรียกถูกต้องเสมอไป

ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เช่น

สัญญา → การผิดนัด → การบอกเลิกสัญญา → การส่งมอบรถ → การรับรถ → การนำรถไปขาย → ราคาขาย → การคำนวณยอดที่เรียกร้อง

ดังนั้น เอกสารการคืนรถจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ควรตรวจสอบ

ถ้ายังไม่ได้คืนรถ ควรป้องกันปัญหาอย่างไร?

หากกำลังจะนำรถไปคืน แนะนำให้เตรียมหลักฐานตั้งแต่ก่อนส่งมอบ เช่น

  1. ถ่ายภาพรถรอบคัน

  2. ถ่ายเลขทะเบียนและเลขไมล์

  3. ถ่ายภาพภายในรถ

  4. ถ่ายภาพอุปกรณ์และกุญแจที่ส่งมอบ

  5. ติดต่อไฟแนนซ์ผ่านช่องทางที่สามารถเก็บหลักฐานได้

  6. ขอเอกสารรับมอบรถ

  7. หากไม่มีเอกสาร ให้ส่งข้อความยืนยันการส่งมอบหลังจากคืนรถทันที

  8. เก็บหลักฐานทั้งหมดไว้จนกว่าข้อพิพาทจะสิ้นสุด

หากไฟแนนซ์ไม่ยอมออกเอกสาร ควรทำอย่างไร?

สิ่งสำคัญคือ อย่าปล่อยให้การคืนรถมีเพียงคำพูดปากเปล่า

หากเจ้าหน้าที่ไม่ออกเอกสาร ควรสร้างหลักฐานในรูปแบบอื่นและติดต่อไฟแนนซ์เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อขอให้ยืนยันการรับรถ

หากภายหลังได้รับหนังสือทวงถามค่าขาดราคา หรือได้รับหมายศาล ควรนำ สัญญา เอกสารการติดต่อ หลักฐานการคืนรถ และหนังสือเรียกเก็บเงิน มาตรวจสอบทั้งหมด

สรุป

คืนรถแล้ว แต่ไฟแนนซ์ไม่ออกเอกสารรับรถ ไม่ควรปล่อยเรื่องผ่านไปโดยไม่มีหลักฐาน

ควรเก็บภาพถ่าย วิดีโอ แชต ข้อความ พยาน และหลักฐานอื่น ๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่า รถถูกส่งมอบให้ใคร เมื่อใด และที่ไหน

เพราะเมื่อเกิดข้อพิพาทในภายหลัง หลักฐานเหล่านี้อาจมีความสำคัญในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการคืนรถ และใช้ประกอบการตรวจสอบยอดหนี้หรือข้อเรียกร้องของไฟแนนซ์ได้

หากคืนรถไปแล้วแต่ไม่มีเอกสารรับรถ และภายหลังได้รับหนังสือเรียกค่าขาดราคา หรือหมายศาล ควรรีบรวบรวมเอกสารทั้งหมดเพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสิทธิทางกฎหมายก่อนดำเนินการต่อ


บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา