คืนรถก่อนถูกยึด กับถูกยึดรถ ต่างกันอย่างไร?
เมื่อผู้เช่าซื้อรถยนต์เริ่มมีปัญหาค้างชำระค่างวด หลายคนจะได้รับการติดตามจากไฟแนนซ์และต้องตัดสินใจว่าจะ นำรถไปคืนด้วยตนเอง หรือปล่อยให้ไฟแนนซ์ดำเนินการติดตามและยึดรถ
คำถามสำคัญคือ
“คืนรถเองกับถูกยึดรถ ผลทางกฎหมายต่างกันอย่างไร?”
คำตอบคือ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานะของสัญญาเป็นรายกรณี เพราะทั้งสองกรณีไม่ได้หมายความว่าหนี้จะสิ้นสุดลงทันที และไม่ได้หมายความว่าไฟแนนซ์จะเรียกเงินจำนวนเดียวกันในทุกกรณี
1. คืนรถก่อนถูกยึด คืออะไร?
หมายถึง ผู้เช่าซื้อเป็นผู้ส่งมอบรถให้แก่ไฟแนนซ์หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากไฟแนนซ์ด้วยตนเอง ก่อนที่จะมีการนำรถไปยึดหรือก่อนที่รถจะถูกนำกลับคืนโดยการบังคับ
ตัวอย่างเช่น ผู้เช่าซื้อผ่อนรถไม่ไหวและติดต่อไฟแนนซ์ว่าไม่สามารถชำระค่างวดต่อได้ จึงนัดหมายเพื่อนำรถไปส่งคืน
สิ่งสำคัญคือควรมี หลักฐานการส่งมอบรถ เช่น เอกสารรับรถ ภาพถ่าย ข้อความติดต่อ หรือหลักฐานอื่นที่ยืนยันวัน เวลา และสถานที่ส่งมอบ
2. ถูกยึดรถ คืออะไร?
เป็นกรณีที่รถถูกนำออกจากความครอบครองของผู้เช่าซื้อโดยกระบวนการติดตามรถตามสิทธิของไฟแนนซ์และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ยึดรถ” ในการพูดทั่วไปอาจครอบคลุมหลายสถานการณ์ จึงต้องตรวจสอบว่าเป็นการส่งมอบโดยสมัครใจ การติดตามรถโดยความยินยอม หรือมีการนำรถไปโดยไม่ได้รับความยินยอม
ดังนั้น หากเกิดข้อพิพาทเรื่องการนำรถออกจากการครอบครอง ต้องพิจารณาพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ควรดูเพียงคำว่า “ยึดรถ” อย่างเดียว
3. คืนรถเองไม่ได้แปลว่าหนี้จบ
สิ่งที่ผู้เช่าซื้อควรเข้าใจเป็นอันดับแรกคือ
คืนรถ ≠ หนี้เป็นศูนย์
หากมีภาระหนี้หรือความรับผิดที่เกิดขึ้นตามสัญญาและกฎหมาย การส่งมอบรถคืนไม่ได้ทำให้ความรับผิดทั้งหมดสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ
ภายหลังการรับรถคืน อาจมีขั้นตอนเกี่ยวกับการนำรถไปจำหน่าย และอาจเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับ ค่าขาดราคา หรือค่าส่วนต่าง ได้ ทั้งนี้ต้องตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละกรณี
4. แล้วถูกยึดรถต่างจากคืนรถอย่างไร?
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า “ใครเป็นคนเอารถไป” แต่ต้องพิจารณาว่า ก่อนและขณะนำรถคืน สัญญาอยู่ในสถานะใด และแต่ละฝ่ายดำเนินการอย่างไร
ตัวอย่างประเด็นที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
ผู้เช่าซื้อค้างค่างวดกี่งวด
มีการแจ้งเตือนหรือทวงถามหรือไม่
มีการบอกเลิกสัญญาหรือไม่
ผู้เช่าซื้อยินยอมส่งมอบรถหรือไม่
รถถูกส่งมอบให้ใคร
การนำรถออกจากการครอบครองเกิดขึ้นอย่างไร
มีเอกสารการรับรถหรือไม่
หลังจากนั้นไฟแนนซ์ดำเนินการกับรถอย่างไร
รายละเอียดเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพิจารณาสิทธิและความรับผิดของแต่ละฝ่าย
5. ถ้าจะคืนรถ ควรทำอย่างไร?
หากตัดสินใจคืนรถ ควรดำเนินการอย่างเป็นระบบและเก็บหลักฐานไว้ให้ครบ
ก่อนส่งมอบรถ
ติดต่อไฟแนนซ์ผ่านช่องทางที่สามารถเก็บหลักฐานได้
ขอทราบสถานที่และผู้รับรถ
ถามว่ามีเอกสารอะไรที่จะต้องลงชื่อ
ถ่ายภาพรถรอบคัน
ถ่ายเลขทะเบียนและเลขไมล์
ถ่ายภาพกุญแจและอุปกรณ์ที่ส่งมอบ
ขณะส่งมอบ
ขอเอกสารรับมอบรถ
ตรวจสอบวันที่และรายละเอียดในเอกสาร
ถ่ายภาพเอกสารเก็บไว้
จดชื่อผู้รับรถหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
หลังส่งมอบ
เก็บหลักฐานการคืนรถทั้งหมด
หากไม่ได้รับเอกสารรับรถ ควรติดต่อไฟแนนซ์เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อยืนยันการส่งมอบ
6. ถ้าปล่อยให้ถูกยึด จะเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อรถถูกนำกลับคืนไปแล้ว ผู้เช่าซื้อไม่ควรคิดว่าเรื่องจบลงเพียงเพราะไม่มีรถอยู่ในความครอบครอง
ยังต้องตรวจสอบต่อว่า
ไฟแนนซ์รับรถคืนเมื่อใด → สัญญาสิ้นสุดอย่างไร → รถถูกนำไปจำหน่ายอย่างไร → ได้ราคาขายเท่าใด → มีการคำนวณยอดที่เรียกร้องจากผู้เช่าซื้ออย่างไร
หากมีหนังสือเรียกเก็บเงินภายหลัง ควรตรวจสอบรายละเอียดก่อนชำระเงิน
7. สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อไฟแนนซ์มาติดตามรถ
หากมีเจ้าหน้าที่มาติดต่อเพื่อขอรับรถ ผู้เช่าซื้อควรอ่านเอกสารก่อนลงชื่อทุกครั้ง โดยเฉพาะเอกสารที่มีข้อความเกี่ยวกับ
การยอมรับสภาพหนี้
การรับผิดชอบยอดเงิน
การยินยอมตามเงื่อนไขต่าง ๆ
การส่งมอบรถ
ค่าใช้จ่ายหรือค่าขาดราคา
หากไม่เข้าใจข้อความในเอกสาร ควรขอสำเนาไว้ตรวจสอบก่อน
8. คืนรถเองแล้ว ยังถูกฟ้องได้หรือไม่?
การคืนรถไม่ได้ทำให้หมดโอกาสเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินที่ไฟแนนซ์อ้างว่ายังค้างอยู่
หากต่อมาได้รับ หนังสือทวงถามหรือหมายศาล ควรตรวจสอบทันทีว่าไฟแนนซ์เรียกร้องเงินในเรื่องใด จำนวนเท่าใด และมีเอกสารใดใช้เป็นหลักฐาน
โดยเฉพาะกรณีได้รับหมายศาล ไม่ควรเพิกเฉย เพราะจำเลยต้องดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
สรุป
คืนรถก่อนถูกยึด กับถูกยึดรถ ไม่ควรเหมารวมว่าให้ผลทางกฎหมายเหมือนกันทุกกรณี
การคืนรถโดยสมัครใจเป็นการส่งมอบรถคืนโดยผู้เช่าซื้อ ส่วนกรณีที่เรียกว่า “ถูกยึด” ต้องตรวจสอบพฤติการณ์ว่ารถถูกนำกลับคืนอย่างไร และผู้เช่าซื้อให้ความยินยอมหรือไม่
ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด การที่รถกลับไปอยู่กับไฟแนนซ์ไม่ได้หมายความว่าหนี้สิ้นสุดลงทันที และหากมีการเรียกค่าขาดราคา ค่าส่วนต่าง หรือเงินอื่นภายหลัง ควรตรวจสอบสัญญา เอกสารการคืนรถ การบอกเลิกสัญญา และรายละเอียดการคำนวณยอดเงินให้ครบถ้วน
หากกำลังตัดสินใจว่าจะคืนรถหรือกำลังถูกไฟแนนซ์ติดตามรถ ควรเก็บเอกสารและหลักฐานการติดต่อทั้งหมดไว้ เพราะรายละเอียดตั้งแต่ก่อนคืนรถจนถึงการขายรถอาจมีความสำคัญต่อการตรวจสอบสิทธิและความรับผิดในภายหลัง
บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
