รถถูกยึดแล้ว ผู้เช่าซื้อยังมีสิทธิขอรถคืนหรือไม่?

เมื่อผู้เช่าซื้อค้างชำระค่างวดและไฟแนนซ์ติดตามนำรถกลับคืนไปแล้ว หลายคนมักเข้าใจว่า “รถถูกยึดแล้วก็หมดสิทธิเอาคืน”

แต่ในทางกฎหมาย ไม่ควรสรุปเช่นนั้นทันที เพราะต้องตรวจสอบว่าในขณะที่รถถูกนำกลับคืน สัญญาเช่าซื้ออยู่ในสถานะใด ไฟแนนซ์ได้บอกเลิกสัญญาหรือไม่ รถถูกนำไปขายแล้วหรือยัง และมีการดำเนินการใดเกิดขึ้นหลังจากนั้น

รถถูกยึดแล้ว ขอรถคืนได้หรือไม่?

อาจมีกรณีที่สามารถขอรถคืนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้ทุกกรณี

สิ่งสำคัญคือ ต้องตรวจสอบสถานะของสัญญาและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามลำดับเวลา เช่น

  1. ผู้เช่าซื้อค้างค่างวดกี่งวด

  2. ไฟแนนซ์มีหนังสือทวงถามหรือแจ้งผิดนัดหรือไม่

  3. ไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาแล้วหรือยัง

  4. รถถูกนำกลับคืนมาเมื่อใด

  5. ผู้เช่าซื้อยินยอมส่งมอบรถหรือไม่

  6. รถถูกเก็บไว้ที่ใด

  7. ไฟแนนซ์นำรถไปขายหรือยัง

  8. มีการทำข้อตกลงใดหลังจากรถถูกนำกลับคืนหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้อาจส่งผลต่อแนวทางในการขอรถคืนและการตรวจสอบสิทธิของผู้เช่าซื้อ

ถ้ารถเพิ่งถูกยึด ควรรีบตรวจสอบอะไร?

หากรถเพิ่งถูกนำกลับคืนไป ไม่ควรรอจนเวลาผ่านไปนาน ควรรีบติดต่อไฟแนนซ์เพื่อสอบถามสถานะของรถและสัญญา

ควรสอบถามเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น

  • ขณะนี้รถอยู่ที่ใด

  • ไฟแนนซ์รับรถคืนวันที่เท่าใด

  • สัญญาถูกบอกเลิกแล้วหรือยัง

  • รถอยู่ระหว่างรอจำหน่ายหรือไม่

  • มีการกำหนดวันขายรถหรือยัง

  • ผู้เช่าซื้อสามารถชำระยอดเพื่อขอรับรถคืนได้หรือไม่

  • ต้องดำเนินการอย่างไรหากประสงค์จะขอรถกลับคืน

การรีบตรวจสอบสถานะจะช่วยให้ทราบว่าปัจจุบันเรื่องอยู่ในขั้นตอนใด

ถ้าไฟแนนซ์ยังไม่ขายรถ ขอรถคืนได้ไหม?

กรณีนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องโดยละเอียด โดยเฉพาะสถานะของสัญญาและสิทธิของคู่สัญญาหลังจากรถถูกนำกลับคืน

ผู้เช่าซื้อไม่ควรคิดเพียงว่า

“รถยังไม่ได้ขาย แสดงว่าต้องได้รถคืนแน่นอน”

เพราะการจะนำรถกลับคืนได้หรือไม่ ต้องพิจารณาสถานะทางกฎหมายของสัญญาและข้อตกลงระหว่างคู่สัญญาประกอบกัน

หากไฟแนนซ์เสนอให้ชำระเงินเพื่อรับรถกลับ ควรขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ต้องชำระยอดใด และการชำระดังกล่าวมีผลต่อสัญญาอย่างไร

ถ้าไฟแนนซ์ขายรถไปแล้ว ยังขอรถคืนได้หรือไม่?

หากรถถูกขายให้บุคคลอื่นไปแล้ว สถานการณ์จะแตกต่างจากกรณีที่รถยังอยู่กับไฟแนนซ์อย่างมาก

ดังนั้น หากต้องการรักษาสิทธิหรือประสงค์จะขอรถคืน ควรรีบตรวจสอบก่อนที่รถจะถูกจำหน่าย และเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการติดต่อกับไฟแนนซ์ไว้ทั้งหมด

หากรถถูกขายไปแล้ว อาจต้องพิจารณาประเด็นทางกฎหมายอื่นเพิ่มเติมตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

ถูกยึดรถแล้ว แต่ยังมีเงินค้าง ต้องทำอย่างไร?

การนำรถกลับคืนไปไม่ได้หมายความว่าจำนวนหนี้จะเป็นศูนย์โดยอัตโนมัติ

หลังจากรถถูกนำกลับคืน อาจมีการดำเนินการเกี่ยวกับการจำหน่ายรถ และอาจเกิดข้อพิพาทเรื่อง ค่าขาดราคา หรือค่าส่วนต่าง ได้

ดังนั้น ผู้เช่าซื้อควรแยกประเด็นออกเป็น 2 เรื่อง

เรื่องที่ 1 — สิทธิในการขอรถคืน

ต้องตรวจสอบสถานะของสัญญาและรถในขณะนั้น

เรื่องที่ 2 — ภาระเงินที่ไฟแนนซ์เรียกร้อง

ต้องตรวจสอบว่าเป็นยอดอะไร มีที่มาอย่างไร และคำนวณตามหลักเกณฑ์ใด

สองเรื่องนี้ไม่ควรนำมาปะปนกัน

หากต้องการขอรถคืน ควรเตรียมเอกสารอะไร?

ควรรวบรวมเอกสารให้ครบ เช่น

  • สัญญาเช่าซื้อ

  • ตารางค่างวด

  • หลักฐานการชำระค่างวด

  • หนังสือทวงถาม

  • หนังสือบอกเลิกสัญญา

  • หลักฐานการนำรถกลับคืน

  • เอกสารที่ลงชื่อในวันที่รถถูกนำไป

  • ข้อความสนทนากับไฟแนนซ์

  • หนังสือหรือเอกสารที่เกี่ยวกับการขายรถ

  • หนังสือเรียกค่าขาดราคา หากมี

จากนั้นจึงตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่เริ่มผิดนัดจนถึงวันที่รถถูกนำกลับคืน

ถ้าเจ้าหน้าที่บอกว่า “รถถูกขายแล้ว”

อย่าเพิ่งสรุปจากคำพูดทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว หากเป็นไปได้ควรขอ ข้อมูลหรือเอกสารยืนยันสถานะรถเป็นลายลักษณ์อักษร

เพราะประเด็นสำคัญคือ ต้องทราบว่า

รถถูกขายแล้วจริงหรือไม่ → ขายเมื่อใด → ขายด้วยวิธีใด → ได้ราคาเท่าใด → นำเงินไปหักกับยอดใด

ข้อมูลเหล่านี้ยังมีความสำคัญต่อการตรวจสอบยอดเงินที่ไฟแนนซ์อาจเรียกร้องภายหลังด้วย

สรุป

รถถูกยึดแล้วไม่ได้หมายความว่าผู้เช่าซื้อหมดสิทธิขอรถคืนในทุกกรณี แต่จะสามารถขอรถคืนได้หรือไม่ ต้องตรวจสอบสถานะของสัญญา วิธีการนำรถกลับคืน และสถานะของรถในขณะนั้น

โดยเฉพาะกรณีที่รถ ยังไม่ได้ถูกจำหน่าย ควรรีบติดต่อไฟแนนซ์และตรวจสอบเงื่อนไขโดยเร็ว อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปจนไม่ทราบว่ารถถูกนำไปดำเนินการถึงขั้นตอนไหนแล้ว

และหากไฟแนนซ์แจ้งว่ารถถูกขายไปแล้ว ควรขอรายละเอียดและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ รวมถึงตรวจสอบยอดเงินที่ไฟแนนซ์เรียกร้องภายหลังการขายรถด้วย


บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา