ไฟแนนซ์ส่งหนังสือทวงค่าขาดราคาหลังคืนรถ ต้องตอบหรือไม่?
คืนรถให้ไฟแนนซ์ไปแล้ว แต่ต่อมากลับได้รับ หนังสือทวงค่าขาดราคา หลายคนอาจสงสัยว่า
“คืนรถไปแล้ว ทำไมยังมีหนังสือเรียกเงิน?”
“จำเป็นต้องตอบไฟแนนซ์หรือไม่?”
“ถ้าไม่ตอบ จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
โดยทั่วไป เมื่อได้รับหนังสือทวงค่าขาดราคา ไม่ควรเพิกเฉยโดยไม่ตรวจสอบ แม้หนังสือดังกล่าวจะไม่ใช่หมายศาลก็ตาม เพราะเนื้อหาในหนังสืออาจเกี่ยวข้องกับยอดหนี้ที่ไฟแนนซ์อ้าง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นก่อนมีการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ต้องตอบหรือไม่” แต่คือ ควรตรวจสอบก่อนว่าถูกเรียกเงินจากอะไร และควรตอบอย่างไรจึงจะไม่เสียสิทธิของตน
1. หนังสือทวงค่าขาดราคาคืออะไร?
โดยทั่วไป หนังสือทวงค่าขาดราคาเป็นหนังสือที่ไฟแนนซ์หรือผู้รับมอบอำนาจส่งมาเพื่อแจ้งว่า หลังจากมีการคืนรถหรือรถถูกนำกลับไปจำหน่ายแล้ว ยังมียอดเงินที่ไฟแนนซ์อ้างว่าผู้เช่าซื้อต้องรับผิด
ในหนังสืออาจระบุ
จำนวนเงินที่เรียกร้อง
รายละเอียดสัญญา
วันที่คืนรถ
ราคาที่ขายหรือจำหน่ายรถ
รายละเอียดค่าขาดราคา
ค่าใช้จ่ายหรือรายการอื่น
กำหนดเวลาชำระเงิน
แต่การได้รับหนังสือดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าผู้เช่าซื้อต้องยอมรับยอดที่แจ้งมาโดยอัตโนมัติ
2. ได้รับหนังสือแล้ว ต้องตอบหรือไม่?
ในทางปฏิบัติ ไม่ควรปล่อยผ่านโดยไม่ตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าผู้เช่าซื้อต้องรีบตอบกลับด้วยการยอมรับว่าเป็นหนี้ตามจำนวนที่ไฟแนนซ์แจ้ง
ก่อนตอบควรตรวจสอบว่า
สัญญาเป็นอย่างไร
ผิดนัดจริงหรือไม่
สัญญาสิ้นสุดหรือถูกเลิกเมื่อใด
คืนรถเมื่อใด
รถถูกขายหรือจำหน่ายเมื่อใด
ขายได้ราคาเท่าใด
ไฟแนนซ์คำนวณค่าขาดราคาอย่างไร
มีรายการใดรวมอยู่ในยอดเรียกร้องบ้าง
หากยังตรวจสอบไม่ครบ ไม่ควรรีบลงชื่อในเอกสารรับสภาพหนี้หรือข้อความที่มีลักษณะเป็นการยอมรับยอดหนี้
3. ทำไมไม่ควรรีบตอบว่า “ยอมรับและจะชำระ”?
เพราะคำตอบบางลักษณะอาจมีผลต่อข้อพิพาทในภายหลังได้
ตัวอย่างเช่น การตอบกลับในลักษณะว่า
“ยอมรับว่าเป็นหนี้ค่าขาดราคา 200,000 บาท และจะชำระให้”
อาจแตกต่างจากการตอบว่า
“ได้รับหนังสือแล้ว และขอเอกสารรายละเอียดการคำนวณเพื่อประกอบการตรวจสอบก่อน”
ดังนั้น หากผู้เช่าซื้อยังไม่ทราบว่ายอดที่เรียกถูกต้องหรือไม่ ควร ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนแสดงเจตนายอมรับหนี้
4. หากคิดว่าค่าขาดราคาที่เรียกสูงเกินจริง ควรทำอย่างไร?
ควรขอรายละเอียดจากไฟแนนซ์ก่อน เช่น
1. รายละเอียดบัญชีหนี้
ขอให้แสดงว่ายอดที่เรียกประกอบด้วยรายการใดบ้าง
2. ราคาขายรถ
ขอข้อมูลหรือเอกสารเกี่ยวกับการขายหรือจำหน่ายรถ
3. วิธีคำนวณค่าขาดราคา
ให้ไฟแนนซ์แสดงวิธีคำนวณยอดที่เรียกร้องอย่างชัดเจน
4. รายการค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ตรวจสอบว่ามีค่าใช้จ่ายใดถูกนำมารวม และมีที่มาอย่างไร
5. เอกสารเกี่ยวกับการคืนรถ
ตรวจสอบวันที่รับรถและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการคืนรถ
5. ควรตอบหนังสือทวงอย่างไร?
หากยังไม่ทราบว่ายอดที่เรียกถูกต้องหรือไม่ การตอบหนังสืออาจใช้แนวทาง ขอเอกสารและสงวนสิทธิในการตรวจสอบ แทนการยอมรับหนี้
ตัวอย่างแนวทางข้อความ เช่น
“ตามที่ได้รับหนังสือแจ้งเรียกค่าขาดราคา ข้าพเจ้ารับทราบหนังสือดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่อาจยืนยันหรือยอมรับจำนวนเงินที่เรียกร้องได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของยอดหนี้ การคำนวณค่าขาดราคา ราคาจำหน่ายรถ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้จัดส่งรายละเอียดและเอกสารประกอบการเรียกร้องเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ การติดต่อดังกล่าวไม่ถือเป็นการยอมรับจำนวนหนี้หรือสละสิทธิในการโต้แย้งข้อเรียกร้องตามกฎหมาย”
ข้อความลักษณะนี้เป็นเพียง ตัวอย่างแนวทาง การตอบจริงควรปรับตามข้อเท็จจริงและเอกสารของแต่ละกรณี
6. ถ้าไม่ตอบหนังสือ จะถูกฟ้องทันทีหรือไม่?
การไม่ตอบหนังสือทวง ไม่ได้หมายความว่าจะถูกฟ้องทันทีเสมอไป
แต่ก็ไม่ควรถือว่าการไม่ตอบจะทำให้เรื่องจบ
ไฟแนนซ์อาจดำเนินการติดตามหนี้หรือใช้สิทธิตามกฎหมายต่อไปได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและขั้นตอนที่ดำเนินการในแต่ละกรณี
ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ อย่าเพิกเฉยต่อเอกสารที่ได้รับ
7. หนังสือทวงหนี้ไม่ใช่หมายศาล
ต้องแยกให้ออกระหว่าง
หนังสือทวงค่าขาดราคา
กับ
หมายศาลและคำฟ้อง
หนังสือทวงเป็นการแจ้งข้อเรียกร้องของเจ้าหนี้หรือผู้รับมอบอำนาจ
ส่วนหมายศาลเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดี และจะมีข้อมูลเกี่ยวกับศาล คดี และกำหนดเวลาที่จำเลยต้องดำเนินการ
ดังนั้น หากได้รับเพียงหนังสือทวง ยังไม่ควรเข้าใจว่าเป็นคำพิพากษาหรือข้อยุติว่าต้องชำระเงินตามยอดนั้น
8. หากหนังสือระบุว่า “ต้องจ่ายภายใน 7 วัน” ต้องทำอย่างไร?
ควรอ่านหนังสือให้ละเอียดว่าเป็นการแจ้งอะไร และกำหนดให้ดำเนินการอย่างไร
หากยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยอดหนี้ ควรรีบตรวจสอบเอกสารและพิจารณาดำเนินการภายในระยะเวลาที่หนังสือกำหนด แต่อย่ารีบยอมรับยอดเพียงเพราะต้องการให้เรื่องจบ
หากมีการเจรจาหรือขอเอกสาร ควรเก็บหลักฐานการติดต่อทั้งหมดไว้
9. เอกสารที่ควรเก็บไว้
เมื่อได้รับหนังสือทวงค่าขาดราคา ควรเก็บเอกสารเหล่านี้ไว้ด้วย
หนังสือทวงค่าขาดราคา
ซองหรือหลักฐานวันที่ได้รับหนังสือ
สัญญาเช่าซื้อ
หลักฐานการชำระค่างวด
หนังสือแจ้งผิดนัด
หนังสือบอกเลิกสัญญา
หลักฐานการคืนรถ
ใบรับมอบรถ
เอกสารการขายหรือจำหน่ายรถ
รายละเอียดการคำนวณค่าขาดราคา
ข้อความหรือหลักฐานการติดต่อกับไฟแนนซ์
เอกสารเหล่านี้อาจมีประโยชน์อย่างมากหากภายหลังเกิดข้อพิพาทหรือมีการฟ้องคดี
10. ถ้าได้รับหมายศาลภายหลัง ต้องทำอย่างไร?
หากหลังจากได้รับหนังสือทวงแล้ว ต่อมาได้รับ หมายศาลและคำฟ้อง ต้องแยกเรื่องออกจากกันทันที
ไม่ควรคิดว่า
“เคยตอบหนังสือไฟแนนซ์ไปแล้ว จึงไม่ต้องทำอะไรกับศาล”
เมื่อมีคดีเข้าสู่ศาล ต้องตรวจสอบ กำหนดเวลาตามหมายศาลและคำฟ้อง และดำเนินการตามขั้นตอนของคดี
โดยเฉพาะหากเห็นว่ายอดค่าขาดราคาที่ฟ้องไม่ถูกต้อง ควรเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการชำระเงิน การคืนรถ ราคาขายรถ และการคำนวณยอดหนี้เพื่อใช้ตรวจสอบข้อเรียกร้อง
11. สรุป
ไฟแนนซ์ส่งหนังสือทวงค่าขาดราคาหลังคืนรถ ไม่ควรเพิกเฉย แต่ก็ไม่ควรรีบตอบรับว่าเป็นหนี้ตามยอดที่ไฟแนนซ์เรียก
แนวทางเบื้องต้นคือ
รับหนังสือ → ตรวจสัญญา → ตรวจยอดหนี้ → ตรวจหลักฐานการคืนรถ → ตรวจราคาขายรถ → ขอรายละเอียดการคำนวณ → ตรวจสอบสิทธิของตน → จึงพิจารณาว่าจะตอบหรือเจรจาอย่างไร
หากยังไม่แน่ใจว่ายอดถูกต้องหรือไม่ การขอเอกสารและสงวนสิทธิในการตรวจสอบย่อมแตกต่างจากการตอบรับว่า “ยอมรับว่าเป็นหนี้”
และหากเรื่องพัฒนาไปถึงขั้น ได้รับหมายศาล ต้องให้ความสำคัญกับกำหนดเวลาตามหมายศาลเป็นพิเศษ
หมายเหตุ: สิทธิและความรับผิดของผู้เช่าซื้อในแต่ละกรณีอาจแตกต่างกันตามวันทำสัญญา ประเภทสัญญา ข้อกำหนดในสัญญา การผิดนัด การเลิกสัญญา การคืนรถ การขายหรือจำหน่ายรถ และกฎหมายหรือหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับในขณะนั้น จึงควรตรวจสอบเป็นรายกรณี
บทความโดย สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
