ไฟแนนซ์ฟ้องคดี แต่ไม่เคยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา ต่อสู้คดีได้หรือไม่?
เมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่างวดและถูกไฟแนนซ์ฟ้องคดี สิ่งหนึ่งที่ควรตรวจสอบคือ ไฟแนนซ์ได้บอกเลิกสัญญาโดยชอบก่อนฟ้องคดีหรือไม่ และผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาหรือหนังสือบอกกล่าวตามที่กฎหมายและสัญญากำหนดหรือไม่
อย่างไรก็ตาม การที่ผู้เช่าซื้อไม่เคยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา ไม่ได้ทำให้คดีเป็นอันแพ้หรือชนะโดยอัตโนมัติ เพราะต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของสัญญาเป็นรายกรณี
1. หนังสือบอกเลิกสัญญาสำคัญอย่างไร?
โดยทั่วไป หากไฟแนนซ์ประสงค์จะเลิกสัญญาเช่าซื้อเนื่องจากผู้เช่าซื้อผิดนัด ต้องพิจารณาว่าเงื่อนไขตามสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ต้องมีการบอกกล่าวหรือดำเนินการอย่างใดก่อนหรือไม่
ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงว่า
“ได้รับหนังสือหรือไม่?”
แต่ต้องตรวจสอบด้วยว่า
ผู้เช่าซื้อผิดนัดจริงหรือไม่
ผิดนัดกี่งวด
สัญญากำหนดเงื่อนไขการเลิกสัญญาไว้อย่างไร
ไฟแนนซ์มีหนังสือบอกกล่าวหรือบอกเลิกสัญญาหรือไม่
ส่งหนังสือไปยังที่อยู่ใด
มีหลักฐานการส่งและการรับหนังสือหรือไม่
ไฟแนนซ์นำเหตุใดมาเป็นฐานในการเรียกร้องเงิน
จำนวนเงินที่ฟ้องสอดคล้องกับสัญญาและข้อเท็จจริงหรือไม่
2. ไม่เคยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา สามารถต่อสู้คดีได้หรือไม่?
สามารถยกขึ้นเป็นประเด็นต่อสู้คดีได้ หากข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องและมีผลต่อสิทธิในการบอกเลิกสัญญาหรือสิทธิเรียกร้องของไฟแนนซ์
โดยเฉพาะกรณีที่ไฟแนนซ์อ้างว่าได้บอกเลิกสัญญาแล้ว แต่ฝ่ายผู้เช่าซื้อไม่เคยได้รับหนังสือ และไฟแนนซ์ไม่สามารถแสดงหลักฐานการบอกกล่าวหรือการส่งหนังสือได้อย่างเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและเอกสารทั้งหมด ไม่ใช่เพียงคำกล่าวว่า “ไม่เคยได้รับหนังสือ”
3. ต้องตรวจสอบว่าไฟแนนซ์ส่งหนังสือไปที่ไหน
ในทางคดี ประเด็นเรื่องการส่งหนังสือมีความสำคัญ เพราะต้องตรวจสอบว่าไฟแนนซ์ส่งหนังสือไปยังที่อยู่ตามสัญญาหรือที่อยู่ที่ผู้เช่าซื้อแจ้งไว้หรือไม่ รวมถึงวิธีการส่งและหลักฐานการส่ง
ดังนั้น หากถูกฟ้อง ไม่ควรดูเฉพาะหมายศาล แต่ควรขอเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น
สัญญาเช่าซื้อ
ตารางการผ่อนชำระ
ประวัติการชำระเงิน
หนังสือทวงถาม
หนังสือบอกกล่าว
หนังสือบอกเลิกสัญญา
หลักฐานการส่งหนังสือ
เอกสารเกี่ยวกับการรับคืนรถ
เอกสารการขายทอดตลาด
รายละเอียดการคำนวณยอดหนี้และค่าขาดราคา
4. หากไฟแนนซ์ฟ้องเรียกค่าขาดราคา ต้องตรวจสอบมากกว่าหนังสือบอกเลิกสัญญา
กรณีไฟแนนซ์ฟ้องเรียก ค่าขาดราคา หลังจากมีการคืนหรือยึดรถแล้ว การต่อสู้คดีอาจมีหลายประเด็น ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องหนังสือบอกเลิกสัญญา
ควรตรวจสอบตั้งแต่
การผิดนัด → การบอกกล่าว → การเลิกสัญญา → การได้รถคืน → การขายทอดตลาด → ราคาที่ขายได้ → การคำนวณยอดหนี้ → จำนวนเงินที่นำมาฟ้อง
หากตัวเลขหรือขั้นตอนใดไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ก็อาจต้องยกขึ้นตรวจสอบและต่อสู้ตามประเด็นของคดี
5. ได้รับหมายศาลแล้วควรทำอย่างไร?
หากได้รับหมายศาลจากไฟแนนซ์ ไม่ควรปล่อยหมายศาลไว้โดยไม่ดำเนินการ
ควรตรวจสอบทันทีว่า
ศาลใดเป็นผู้รับฟ้อง
คดีหมายเลขอะไร
นัดวันใด
ศาลกำหนดให้ยื่นคำให้การเมื่อใด
ไฟแนนซ์ฟ้องเรียกเงินจำนวนเท่าใด
ฟ้องอ้างว่าผิดสัญญาอย่างไร
มีการบอกเลิกสัญญาเมื่อใด
มีการคืนหรือขายทอดตลาดรถเมื่อใด
ยอดเงินที่ฟ้องคำนวณจากเอกสารใด
จากนั้นควรนำ หมายศาล คำฟ้อง สัญญาเช่าซื้อ และเอกสารเกี่ยวกับการชำระเงินหรือคืนรถ ให้ทนายความตรวจสอบก่อนกำหนดเวลาตามกฎหมาย
**หากได้รับหมายศาล สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าปล่อยผ่านกำหนดเวลา และควรตรวจสอบเอกสารทั้งหมดก่อนยื่นคำให้การ เพื่อให้ทราบว่าคดีมีประเด็นใดที่สามารถยกขึ้นต่อสู้ได้บ้าง
บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
