คืนรถให้ไฟแนนซ์มาหลายปีแล้ว เพิ่งถูกฟ้อง ยังต่อสู้คดีได้หรือไม่?
คืนรถให้ไฟแนนซ์ไปหลายปีแล้ว แต่เพิ่งได้รับหมายศาล หลายคนอาจคิดว่าคดีน่าจะจบไปแล้ว หรือไฟแนนซ์ไม่น่าจะสามารถเรียกร้องเงินได้อีก แต่ในทางกฎหมาย การคืนรถไม่ได้ทำให้ความรับผิดตามสัญญาสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ และการที่ไฟแนนซ์ฟ้องคดีล่าช้าก็ไม่ได้หมายความว่าคดีจะขาดอายุความเสมอไป
ดังนั้น หากได้รับหมายศาลจากไฟแนนซ์ สิ่งสำคัญคือ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารของคดีโดยละเอียด โดยเฉพาะเรื่องการผิดนัด การเลิกสัญญา การคืนรถ การขายรถ ยอดหนี้ และอายุความ
คืนรถแล้ว ทำไมไฟแนนซ์ยังฟ้องได้?
การคืนรถให้ไฟแนนซ์อาจเป็นเพียงการส่งมอบทรัพย์ที่เช่าซื้อคืน ไม่ได้หมายความว่าหนี้หรือความรับผิดทั้งหมดสิ้นสุดลงทันที
หากมีการเลิกสัญญาและนำรถไปขายแล้ว แต่ราคาที่ขายได้ไม่เพียงพอกับจำนวนเงินที่ไฟแนนซ์มีสิทธิเรียกร้อง อาจเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับ ค่าขาดราคา หรือยอดหนี้ส่วนที่เหลือ
อย่างไรก็ตาม ไฟแนนซ์ต้องมีสิทธิเรียกร้องและต้องสามารถพิสูจน์จำนวนเงินที่เรียกร้องได้ตามกฎหมายและข้อเท็จจริงของคดี
คืนรถมาหลายปีแล้ว ยังฟ้องได้หรือไม่?
ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่า “คืนรถมากี่ปีแล้ว” แต่ต้องพิจารณาว่าไฟแนนซ์นำสิทธิเรียกร้องประเภทใดมาฟ้อง และอายุความของสิทธิเรียกร้องนั้นเริ่มนับเมื่อใด
จึงควรตรวจสอบลำดับเหตุการณ์ เช่น
วันที่เริ่มผิดนัดชำระค่างวด
วันที่มีการบอกกล่าว
วันที่มีการเลิกสัญญา
วันที่คืนรถ
วันที่ไฟแนนซ์รับรถคืน
วันที่นำรถไปขาย
วันที่ทราบหรือคำนวณยอดที่เรียกร้อง
วันที่ไฟแนนซ์ยื่นฟ้องคดี
จากข้อมูลเหล่านี้จึงจะสามารถพิจารณาเรื่องอายุความได้อย่างเหมาะสม
ไม่ควรสรุปเพียงว่า “คืนรถเกิน 2 ปีแล้ว” หรือ “เกิน 5 ปีแล้ว” จึงขาดอายุความ เพราะต้องพิจารณาประเภทของสิทธิเรียกร้องและข้อเท็จจริงของแต่ละคดีประกอบกัน
หากมีประเด็นเรื่องอายุความ ต้องทำอย่างไร?
หากตรวจสอบแล้วพบว่าอาจมีประเด็นเรื่องอายุความ จำเลยควรพิจารณายกประเด็นดังกล่าวขึ้นต่อสู้ในคดีให้ถูกต้อง
นอกจากอายุความแล้ว ควรตรวจสอบด้วยว่าไฟแนนซ์มีหลักฐานเกี่ยวกับการเลิกสัญญา การคืนรถ และยอดหนี้ครบถ้วนหรือไม่
เพราะบางคดีอาจมีประเด็นอื่นที่ต้องพิจารณาร่วมกัน เช่น
การผิดนัด → การบอกกล่าว → การเลิกสัญญา → การคืนรถ → การขายรถ → การคำนวณยอดหนี้ → การฟ้องคดี
ไฟแนนซ์ฟ้องค่าขาดราคา ต้องตรวจสอบยอดหนี้ด้วย
หากไฟแนนซ์ฟ้องเรียกค่าขาดราคา ไม่ควรดูเฉพาะยอดเงินที่ปรากฏในคำฟ้อง แต่ควรตรวจสอบที่มาของยอดดังกล่าว
ตัวอย่างเช่น
ยอดหนี้ก่อนคืนรถเท่าใด
มีการชำระเงินไปแล้วเท่าใด
รถถูกขายในราคาเท่าใด
นำราคาขายมาหักออกจากยอดเรียกร้องหรือไม่
มีค่าใช้จ่ายใดถูกนำมาคำนวณเพิ่มเติม
จำนวนเงินที่ฟ้องตรงกับเอกสารหรือไม่
หากยอดเงินที่ไฟแนนซ์เรียกร้องไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จำเลยย่อมควรตรวจสอบและยกข้อโต้แย้งเกี่ยวกับยอดดังกล่าวตามหลักฐานที่มี
คืนรถแล้วหลายปี เพิ่งได้รับหมายศาล ต้องเตรียมอะไร?
หากได้รับหมายศาล ควรรวบรวมเอกสารให้ครบที่สุด เช่น
สัญญาเช่าซื้อ
ตารางค่างวด
หลักฐานการชำระเงิน
หนังสือทวงถามจากไฟแนนซ์
หนังสือบอกเลิกสัญญา
หลักฐานการคืนรถ
เอกสารการรับรถคืน
เอกสารเกี่ยวกับการขายรถ
หนังสือหรือข้อความที่ติดต่อกับไฟแนนซ์
หมายศาลและสำเนาคำฟ้อง
เอกสารเหล่านี้ช่วยให้สามารถเรียงลำดับเหตุการณ์และตรวจสอบข้อเรียกร้องของไฟแนนซ์ได้อย่างเป็นระบบ
ได้รับหมายศาลแล้ว อย่าปล่อยไว้
แม้จะคืนรถไปหลายปีแล้ว แต่เมื่อได้รับหมายศาล ไม่ควรคิดว่าคดีคงไม่มีอะไรแล้ว
ควรตรวจสอบทันทีว่า
ศาลกำหนดวันนัดเมื่อใด
ต้องยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาใด
ไฟแนนซ์ฟ้องเรียกเงินจำนวนเท่าใด
ฟ้องโดยอ้างเหตุผิดสัญญาอย่างไร
มีการบอกเลิกสัญญาหรือไม่
มีประเด็นเกี่ยวกับอายุความหรือไม่
ยอดเงินที่ฟ้องมีหลักฐานรองรับหรือไม่
หากมีข้อสงสัย ควรนำหมายศาลและคำฟ้องพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ทนายความตรวจสอบโดยเร็ว
บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น
สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ ศรีราชา
