มีสูติบัตรระบุชื่อพ่อแล้ว ยังต้องฟ้องรับรองบุตรหรือไม่?

การที่ สูติบัตรของเด็กมีชื่อพ่อระบุไว้แล้ว ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของชายคนนั้นเสมอไป โดยเฉพาะกรณีที่พ่อกับแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน จึงต้องตรวจสอบต่อว่าพ่อได้ดำเนินการรับรองบุตรตามกฎหมายแล้วหรือยัง

หากพ่อกับแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เด็กจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของมารดา ส่วนการที่เด็กจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา ต้องเป็นไปตามช่องทางที่กฎหมายกำหนด เช่น บิดามารดาสมรสกันภายหลัง บิดาจดทะเบียนรับรองบุตร หรือมีคำพิพากษาของศาลว่าเด็กเป็นบุตรของบิดา

ดังนั้น การดูเพียงช่อง “ชื่อบิดา” ในสูติบัตรจึงยังไม่เพียงพอที่จะตอบว่าจำเป็นต้องฟ้องรับรองบุตรหรือไม่

กรณีที่พ่อเป็นผู้แจ้งเกิดและมีชื่อในสูติบัตร

ในทางปฏิบัติ หลายครอบครัวเข้าใจว่าเมื่อพ่อเป็นผู้แจ้งเกิดและมีชื่อเป็นบิดาในสูติบัตรแล้ว เด็กจะมีสถานะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของพ่อทันที แต่ การแจ้งเกิดหรือการมีชื่อในสูติบัตรไม่ได้แทนการจดทะเบียนรับรองบุตรหรือคำพิพากษาศาลในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการดำเนินการดังกล่าว

จึงควรตรวจสอบเอกสารทางทะเบียนเพิ่มเติมว่าเคยมีการจดทะเบียนรับรองบุตรหรือมีคำพิพากษาศาลเกี่ยวกับสถานะความเป็นบิดาหรือไม่

ถ้าพ่อและแม่ยอมรับว่าเป็นลูก ต้องฟ้องศาลหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องฟ้องศาลในทุกกรณี หากบิดาและมารดาสามารถดำเนินการรับรองบุตรตามกฎหมายโดยสมัครใจและไม่มีข้อขัดข้อง ก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนทางทะเบียนได้

แต่หากมีปัญหา เช่น พ่อไม่ยอมรับรองบุตร มารดาหรือเด็กไม่ยินยอม หรือไม่สามารถดำเนินการจดทะเบียนรับรองบุตรได้ อาจต้องพิจารณาใช้กระบวนการทางศาลเพื่อให้มีการพิสูจน์และรับรองสถานะความเป็นบิดา

ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ?

สถานะความเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายมีผลต่อสิทธิหลายด้าน เช่น สิทธิในการได้รับการอุปการะเลี้ยงดู สิทธิที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างบิดากับบุตร และสิทธิในกองมรดกของบิดา ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

ตัวอย่างเช่น หากเด็กมีชื่อพ่อในสูติบัตร แต่พ่อเสียชีวิตและครอบครัวกำลังจัดการมรดก การตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของเด็กตั้งแต่ต้นมีความสำคัญ เพราะการมีชื่อในสูติบัตรเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่หลักฐานที่ทำให้สถานะทางกฎหมายของบุตรสิ้นข้อสงสัยในทุกกรณี

ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?

หากไม่แน่ใจว่าเด็กมีสถานะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของพ่อแล้วหรือไม่ ควรตรวจสอบ

  1. พ่อกับแม่เคยจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่

  2. พ่อเคยจดทะเบียนรับรองบุตรหรือไม่

  3. มีเอกสารการรับรองบุตรหรือไม่

  4. เคยมีคำพิพากษาศาลเกี่ยวกับความเป็นบิดาหรือไม่

  5. สูติบัตรระบุชื่อบิดาในฐานะใดและมีเอกสารประกอบอะไร

  6. ปัจจุบันมีข้อพิพาทเรื่องค่าเลี้ยงดู อำนาจปกครอง หรือมรดกหรือไม่

มีชื่อพ่อในสูติบัตร ไม่ได้แปลว่าต้องฟ้องรับรองบุตรเสมอไป และก็ไม่ได้แปลว่าเด็กมีสถานะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของพ่อเสมอไป ต้องตรวจสอบก่อนว่ามีการจดทะเบียนรับรองบุตร การสมรสของบิดามารดาภายหลัง หรือคำพิพากษาศาลที่ทำให้เกิดสถานะตามกฎหมายแล้วหรือไม่

หากมีเอกสารสูติบัตรอยู่แล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าสถานะของเด็กตามกฎหมายเป็นอย่างไร ควรนำเอกสารทั้งหมดมาตรวจสอบก่อนตัดสินใจว่าจะต้องดำเนินคดีหรือไม่ เพราะบางกรณีสามารถดำเนินการทางทะเบียนได้โดยไม่จำเป็นต้องฟ้องศาล

บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา)
ให้คำปรึกษาและดำเนินคดีครอบครัว เช่น ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร การรับรองบุตร และข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส โดยทีมทนายความผู้มีประสบการณ์