พ่อรับรองบุตรแล้ว ต้องมีอำนาจปกครองลูกด้วยหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไปครับ การที่พ่อรับรองบุตรจนมีสถานะเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย กับการมี อำนาจปกครองบุตร เป็นคนละเรื่องกัน การรับรองบุตรทำให้เกิดสถานะทางกฎหมายระหว่างพ่อกับลูก แต่ไม่ได้หมายความว่าพ่อจะได้อำนาจปกครองลูกแต่เพียงผู้เดียวโดยอัตโนมัติ

กรณีที่พ่อและแม่ ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และพ่อได้จดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว เด็กจะมีสถานะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของพ่อ แต่เรื่องว่าใครจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและข้อเท็จจริงของครอบครัวเพิ่มเติม

อำนาจปกครองเกี่ยวข้องกับการดูแลและตัดสินใจเรื่องสำคัญของเด็ก เช่น การกำหนดที่อยู่ การศึกษา การรักษาพยาบาล และการจัดการเกี่ยวกับสิทธิหรือทรัพย์สินของเด็กในกรณีที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น การมีชื่อเป็นพ่อหรือการรับรองบุตรจึงไม่ควรนำไปเข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกับอำนาจปกครอง

ถ้าพ่อรับรองบุตรแล้ว แม่ยังมีอำนาจปกครองหรือไม่?

ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของบิดามารดาในขณะนั้น หากมีข้อพิพาทว่าบิดาหรือมารดาคนใดควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง หรือควรใช้อำนาจปกครองร่วมกันหรือไม่ ก็ต้องดำเนินการตามช่องทางที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีที่บิดามารดาตกลงกันได้ การดำเนินการเกี่ยวกับอำนาจปกครองสามารถจัดการให้มีความชัดเจนตามกฎหมายได้ แต่หากตกลงกันไม่ได้ อาจต้องขอให้ศาลพิจารณา

ถ้าพ่ออยากมีสิทธิเลี้ยงดูลูก ต้องทำอย่างไร?

หากพ่อมีสถานะเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่ยังมีข้อพิพาทกับแม่เกี่ยวกับการดูแลเด็ก ควรแยกประเด็นให้ชัดว่า ต้องการ

  • ขอใช้อำนาจปกครองบุตร

  • ขอใช้อำนาจปกครองร่วม

  • ขอให้กำหนดที่อยู่ของบุตร

  • ขอสิทธิในการพบและติดต่อกับบุตร

  • หรือขอให้ศาลกำหนดแนวทางการดูแลบุตร

แต่ละคำขอมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงไม่ควรใช้คำว่า “รับรองบุตรแล้วก็มีสิทธิเอาลูกมาเลี้ยง” โดยอัตโนมัติ

ศาลพิจารณาเรื่องอำนาจปกครองจากอะไร?

หากเรื่องต้องเข้าสู่ศาล ประเด็นสำคัญคือ ประโยชน์และความผาสุกของเด็ก ศาลจะพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับครอบครัวและความสามารถในการดูแลเด็กเป็นสำคัญ ไม่ได้พิจารณาเพียงว่าฝ่ายใดเป็นพ่อหรือแม่เท่านั้น

ตัวอย่างข้อเท็จจริงที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่

  • เด็กอาศัยอยู่กับใครในปัจจุบัน

  • ใครเป็นผู้ดูแลเด็กเป็นประจำ

  • ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับพ่อและแม่

  • ความพร้อมในการดูแลและเลี้ยงดูเด็ก

  • สภาพความเป็นอยู่ของเด็ก

  • การศึกษาและการรักษาพยาบาล

  • ความสามารถของแต่ละฝ่ายในการดูแลเด็ก

  • พฤติการณ์อื่นที่อาจกระทบต่อความเป็นอยู่และความปลอดภัยของเด็ก

ดังนั้น การเป็นพ่อโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นเพียงประเด็นหนึ่ง ส่วนการจะได้ใช้อำนาจปกครองหรือไม่ ต้องพิจารณาอีกส่วนหนึ่ง

ถ้าพ่อรับรองบุตรแล้ว แต่แม่ไม่ยอมให้เจอลูก ทำอย่างไร?

การที่พ่อมีสถานะเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าพ่อสามารถนำตัวเด็กไปจากแม่ได้ตามใจ หากมีข้อขัดแย้งเรื่องการพบหรือการดูแลเด็ก ควรดำเนินการตามสิทธิและกระบวนการทางกฎหมาย

หากไม่สามารถตกลงกันได้ อาจต้องขอให้ศาลกำหนดเรื่องอำนาจปกครองหรือสิทธิในการติดต่อกับบุตรให้ชัดเจน โดยศาลจะพิจารณาถึงประโยชน์และความผาสุกของเด็กเป็นสำคัญ

สรุป

พ่อรับรองบุตรแล้ว ไม่ได้หมายความว่าพ่อจะมีอำนาจปกครองลูกโดยอัตโนมัติในทุกกรณี เพราะ “สถานะบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย” และ “อำนาจปกครอง” เป็นคนละประเด็นกัน

หากพ่อและแม่ตกลงกันได้ ควรจัดการเรื่องอำนาจปกครองและการดูแลบุตรให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากมีข้อพิพาท เช่น แม่ไม่ยอมให้พ่อพบลูก หรือพ่อกับแม่ตกลงกันไม่ได้ว่าใครควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง อาจต้องขอให้ศาลพิจารณา โดยคำนึงถึง ประโยชน์และความผาสุกของเด็กเป็นสำคัญ

ดังนั้น หากกำลังจะดำเนินการรับรองบุตรและมีปัญหาเรื่อง อำนาจปกครอง ค่าอุปการะเลี้ยงดู หรือสิทธิในการพบและดูแลบุตร ควรพิจารณาทุกประเด็นร่วมกันตั้งแต่ต้น เพื่อให้สถานะและสิทธิของทุกฝ่ายมีความชัดเจนตามกฎหมาย

บทความโดย ทนายวิชาญศักดิ์ ก้องสนั่น สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา)
ให้คำปรึกษาและดำเนินคดีครอบครัว เช่น ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร การรับรองบุตร และข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส โดยทีมทนายความผู้มีประสบการณ์