พินัยกรรมเบื้องต้น สิ่งที่ควรรู้ก่อนทำพินัยกรรม

พินัยกรรม เป็นเอกสารสำคัญที่บุคคลสามารถจัดทำขึ้นเพื่อแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการต่าง ๆ ของตน เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ภายหลังถึงแก่ความตาย

หลายคนเข้าใจว่าการทำพินัยกรรมเป็นเพียงการเขียนข้อความว่า “เมื่อเสียชีวิตแล้วให้ทรัพย์สินแก่ใคร” แต่ในทางกฎหมาย การทำพินัยกรรมมีรายละเอียดที่ต้องให้ความสำคัญ ทั้งเรื่อง แบบของพินัยกรรม ผู้ทำพินัยกรรม ทรัพย์สิน ผู้รับพินัยกรรม พยาน ผู้จัดการมรดก และการเก็บรักษาพินัยกรรม

หากจัดทำไม่ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนด อาจทำให้พินัยกรรมมีปัญหาหรือไม่มีผลตามกฎหมายได้

พินัยกรรมคืออะไร?

พินัยกรรม คือ การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินหรือกิจการต่าง ๆ ของผู้ทำพินัยกรรม เพื่อให้มีผลเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตาย

ผู้ทำพินัยกรรมสามารถกำหนดได้ เช่น

  • จะยกบ้านหรือที่ดินให้แก่บุคคลใด

  • จะยกเงินฝากหรือทรัพย์สินบางรายการให้แก่ใคร

  • จะแบ่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลหลายคนอย่างไร

  • จะกำหนดผู้จัดการมรดกหรือไม่

  • จะกำหนดการเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือกิจการอื่นที่กฎหมายอนุญาตหรือไม่

การกำหนดรายละเอียดเหล่านี้ควรเขียนให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาในการตีความและข้อพิพาทระหว่างผู้มีส่วนได้เสียภายหลัง


พินัยกรรมมีกี่แบบ?

กฎหมายกำหนดแบบของพินัยกรรมไว้หลายรูปแบบ โดยแบบที่สำคัญ ได้แก่

1. พินัยกรรมแบบธรรมดา

เป็นพินัยกรรมที่ทำเป็นหนังสือ ต้องลงวัน เดือน ปีที่ทำพินัยกรรม และผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน

พยานต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมในขณะนั้น

พินัยกรรมแบบนี้เป็นรูปแบบที่ประชาชนทั่วไปสามารถเลือกใช้ได้ แต่ต้องดำเนินการให้ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ

ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความทั้งหมดด้วยลายมือของตนเอง รวมถึงวัน เดือน ปี และลายมือชื่อ

จุดสำคัญของพินัยกรรมประเภทนี้คือ ข้อความพินัยกรรมต้องเขียนด้วยลายมือของผู้ทำพินัยกรรมเอง และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง

เป็นพินัยกรรมที่จัดทำต่อหน้าเจ้าพนักงานตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยมีพยานตามที่กฎหมายกำหนด

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดทำพินัยกรรมผ่านกระบวนการของทางราชการ และต้องการให้มีเจ้าพนักงานดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ

ผู้ทำพินัยกรรมจัดทำข้อความพินัยกรรมและดำเนินการปิดผนึก ก่อนนำไปแสดงต่อเจ้าพนักงานและพยานตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

5. พินัยกรรมด้วยวาจา

เป็นรูปแบบที่ใช้ได้เฉพาะในกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษตามที่กฎหมายกำหนด และไม่สามารถทำพินัยกรรมตามแบบอื่นได้

ดังนั้น ไม่ควรเข้าใจว่าการพูดบอกความประสงค์ต่อบุคคลอื่นทั่วไปจะถือเป็นพินัยกรรมด้วยวาจาเสมอไป เพราะต้องมีเงื่อนไขและขั้นตอนตามกฎหมาย


ก่อนทำพินัยกรรมต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ก่อนจัดทำพินัยกรรม ควรตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้สามารถกำหนดเจตนาได้อย่างชัดเจน

1. ตรวจสอบทรัพย์สิน

ควรจัดทำบัญชีทรัพย์สินของตนเอง เช่น

  • ที่ดิน

  • บ้านและสิ่งปลูกสร้าง

  • ห้องชุด

  • รถยนต์

  • เงินฝากธนาคาร

  • หุ้นและเงินลงทุน

  • ทรัพย์สินมีค่า

  • สิทธิเรียกร้อง

  • ทรัพย์สินประเภทอื่น

ควรตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินแต่ละรายการ เช่น โฉนดที่ดิน สมุดบัญชี เอกสารสิทธิ หรือเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของ

2. ตรวจสอบว่าทรัพย์สินเป็นของใคร

ประเด็นนี้มีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีคู่สมรสหรือมีทรัพย์สินร่วมกับบุคคลอื่น

การทำพินัยกรรมสามารถกำหนดได้เฉพาะทรัพย์สินหรือสิทธิที่ผู้ทำพินัยกรรมมีสิทธิที่จะจัดการได้เท่านั้น

ดังนั้น ก่อนระบุทรัพย์สินในพินัยกรรม ควรตรวจสอบก่อนว่าเป็น สินส่วนตัว สินสมรส หรือทรัพย์สินที่มีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของร่วม


ต้องระบุผู้รับมรดกอย่างไร?

ผู้ทำพินัยกรรมควรระบุผู้รับพินัยกรรมให้ชัดเจน เช่น

  • ชื่อและนามสกุล

  • ความสัมพันธ์กับผู้ทำพินัยกรรม

  • ข้อมูลอื่นที่ช่วยยืนยันตัวบุคคล

หากมีการยกทรัพย์สินหลายรายการให้บุคคลหลายคน ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจนว่า ทรัพย์สินใดตกแก่บุคคลใด และในสัดส่วนเท่าใด

การเขียนข้อความคลุมเครืออาจทำให้เกิดปัญหาในการตีความภายหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย


หากมีคู่สมรส ต้องระวังเรื่องอะไร?

กรณีผู้ทำพินัยกรรมมีคู่สมรส ต้องพิจารณาก่อนว่าทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์สินของผู้ทำพินัยกรรม และทรัพย์สินใดเป็นสินสมรส

การทำพินัยกรรมไม่ได้ทำให้ผู้ทำพินัยกรรมสามารถยกทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ให้บุคคลอื่นได้โดยอัตโนมัติ

จึงควรตรวจสอบสิทธิของคู่สมรสและลักษณะของทรัพย์สินก่อนจัดทำพินัยกรรม โดยเฉพาะกรณีที่มีทรัพย์สินจำนวนมากหรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์


สามารถแต่งตั้งผู้จัดการมรดกในพินัยกรรมได้หรือไม่?

สามารถกำหนดบุคคลที่จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรมได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการทรัพย์มรดกและดำเนินการต่าง ๆ ที่จำเป็นตามกฎหมาย

การระบุผู้จัดการมรดกไว้ล่วงหน้าอาจช่วยให้ทราบถึงบุคคลที่ผู้ทำพินัยกรรมประสงค์ให้เข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับกองมรดก

อย่างไรก็ตาม การเป็นผู้จัดการมรดก ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นจะเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกทั้งหมด


หากไม่ทำพินัยกรรมจะเกิดอะไรขึ้น?

หากบุคคลถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม หรือพินัยกรรมไม่สามารถใช้บังคับได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ทรัพย์มรดกในส่วนที่ไม่มีการกำหนดไว้ อาจตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

ดังนั้น หากผู้ใดมีความประสงค์ให้ทรัพย์สินตกแก่บุคคลใดเป็นพิเศษ การทำพินัยกรรมอย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณา


สามารถแก้ไขพินัยกรรมภายหลังได้หรือไม่?

โดยหลัก ผู้ทำพินัยกรรมสามารถจัดทำพินัยกรรมฉบับใหม่หรือดำเนินการเปลี่ยนแปลงเจตนาของตนได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

ตัวอย่างกรณีที่ควรทบทวนพินัยกรรม ได้แก่

  • แต่งงาน

  • หย่าร้าง

  • มีบุตร

  • มีสมาชิกในครอบครัวเพิ่มขึ้น

  • ซื้อบ้านหรือที่ดินใหม่

  • ขายทรัพย์สินที่ระบุไว้ในพินัยกรรม

  • มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

  • ต้องการเปลี่ยนผู้รับพินัยกรรม

  • ต้องการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการมรดก

หากมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ ควรตรวจสอบวิธีดำเนินการให้ถูกต้องตามแบบของพินัยกรรม เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของเอกสาร


พินัยกรรมเขียนเองได้หรือไม่?

สามารถทำพินัยกรรมด้วยตนเองได้ หากเลือกใช้แบบที่กฎหมายอนุญาตและดำเนินการถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังคือ การเขียนพินัยกรรมผิดแบบ เพราะแม้ผู้ทำพินัยกรรมจะมีเจตนาที่ชัดเจน แต่หากไม่ปฏิบัติตามแบบที่กฎหมายกำหนด ก็อาจเกิดปัญหาเกี่ยวกับผลของพินัยกรรมได้

โดยเฉพาะกรณีที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก มีคู่สมรส มีบุตรหลายคน มีทายาทหลายฝ่าย หรือมีความประสงค์แบ่งมรดกแตกต่างจากการรับมรดกตามกฎหมาย ควรตรวจสอบข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงก่อนจัดทำ


พินัยกรรมควรเก็บไว้ที่ไหน?

ควรเก็บพินัยกรรมไว้ในสถานที่ปลอดภัยและสามารถค้นหาได้เมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตาย

สิ่งสำคัญคือควรทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถทราบได้ว่าพินัยกรรมฉบับดังกล่าวถูกเก็บไว้ที่ใด โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการรักษาความลับของเอกสารด้วย

สำหรับพินัยกรรมบางประเภท สามารถดำเนินการผ่านหน่วยงานของรัฐตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด


ข้อควรระวังในการทำพินัยกรรม

ก่อนลงลายมือชื่อในพินัยกรรม ควรตรวจสอบเรื่องสำคัญดังต่อไปนี้

1. ผู้ทำพินัยกรรมมีคุณสมบัติและความสามารถตามกฎหมายหรือไม่

2. ทรัพย์สินที่ระบุเป็นทรัพย์ของผู้ทำพินัยกรรมหรือไม่

3. มีคู่สมรสหรือบุคคลอื่นมีสิทธิในทรัพย์สินหรือไม่

4. ผู้รับพินัยกรรมเป็นบุคคลใด และสามารถระบุตัวบุคคลได้ชัดเจนหรือไม่

5. เลือกแบบพินัยกรรมถูกต้องหรือไม่

6. พยานมีคุณสมบัติถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

7. ข้อความในพินัยกรรมมีความชัดเจนและไม่ขัดแย้งกันหรือไม่

8. มีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่

9. มีการแก้ไข ขูด ลบ หรือตกเติมข้อความหรือไม่ และได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

10. มีการเก็บรักษาพินัยกรรมไว้อย่างเหมาะสมหรือไม่


สรุป: ทำพินัยกรรมอย่างไรให้ลดปัญหาภายหลัง?

การทำพินัยกรรมไม่ควรพิจารณาเพียงว่า “จะยกทรัพย์สินให้ใคร” แต่ควรพิจารณาให้ครบทั้ง ทรัพย์สิน ทายาท คู่สมรส ผู้รับพินัยกรรม ผู้จัดการมรดก แบบพินัยกรรม และขั้นตอนการจัดทำ

พินัยกรรมที่จัดทำอย่างถูกต้องและมีข้อความชัดเจน จะช่วยให้เจตนาของผู้ทำพินัยกรรมมีความชัดเจนมากขึ้น และช่วยลดโอกาสเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับทรัพย์มรดกภายหลัง

หากมีทรัพย์สินหลายประเภท มีทายาทหลายคน มีคู่สมรส หรือมีความประสงค์จัดสรรทรัพย์สินเป็นกรณีพิเศษ ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก่อนจัดทำพินัยกรรม


ปรึกษากฎหมายเกี่ยวกับพินัยกรรมและมรดก

สำนักกฎหมายนิติธรรมลือชาทนายความ (ศรีราชา)
ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายมรดกและพินัยกรรม ตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์สิทธิของทายาท และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดทำเอกสารทางกฎหมายอย่างเหมาะสมกับแต่ละกรณี

บริการด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ให้คำปรึกษาเรื่องพินัยกรรม

  • ตรวจสอบและวิเคราะห์พินัยกรรม

  • ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการแบ่งมรดก

  • ดำเนินการเกี่ยวกับคดีมรดก

  • คดีจัดการมรดก

  • คดีเพิกถอนพินัยกรรม

  • ข้อพิพาทระหว่างทายาท

  • ตรวจสอบสิทธิของทายาท

  • ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับผู้จัดการมรดก

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำพินัยกรรมหรือการจัดการมรดก ควรนำเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินและเอกสารที่เกี่ยวข้องเข้าปรึกษาทนายความ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและกำหนดแนวทางได้อย่างเหมาะสม

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี ผลทางกฎหมายอาจแตกต่างกันตามข้อเท็จจริงและเอกสารของแต่ละบุคคล